สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า กระทรวงการคลังสิงคโปร์ประกาศว่า ประชาชนที่มีสิทธิมากกว่า 2.4 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษ เริ่มวันที่ 9 ก.ย. นี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจช่วยเหลือมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 25,848.50 ล้านบาท) ซึ่งรัฐบาลประกาศเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสนับสนุนภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิรับเงินต้องเป็นพลเมืองสิงคโปร์ อาศัยอยู่ในประเทศ และมีอายุอย่างน้อย 21 ปีในปี 2569 ต้องมีรายได้ที่นำมาคำนวณภาษีในปีประเมินภาษี 2568 ไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2.58 ล้านบาท) และต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 1 แห่ง โดยไม่ต้องยื่นขอรับสิทธิ
Over 2.4 million adult Singaporeans to get special $400-$600 cash payment in Septemberhttps://t.co/lnvB2tmAIe
— The Straits Times (@straits_times) August 13, 2026
จำนวนเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามมูลค่ารายปีของที่อยู่อาศัย ซึ่งอ้างอิงข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 เพื่อมุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยมากกว่า
ส่วนผู้ที่มีรายได้ดังกล่าวไม่เกิน 22,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 568,667 บาท) และอาศัยอยู่ในบ้านที่มีมูลค่ารายปีไม่เกิน 15,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 387,727.50 บาท) จะได้รับเงินสูงสุด 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 15,509.10 บาท)
รัฐบาลจะส่งข้อความเอสเอ็มเอส แจ้งเตือนผู้มีสิทธิทั้งก่อนและหลังโอนเงิน โดยข้อความจาก “gov.sg” จะใช้แจ้งข้อมูลสิทธิประโยชน์เท่านั้น
แพ็กเกจช่วยเหลือซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์นี้ (ราว 25,848.50 ล้านบาท) เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากงบประมาณปี 2569 มูลค่า 155,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 4 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลยังมอบเงินสด 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 5,169.70 บาท) แก่ผู้ประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์ม คนขับรถรับจ้างส่วนบุคคล และแท็กซี่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ รัฐบาลได้เร่งจ่ายคูปองมูลค่า 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 12,924.25 บาท) ให้แก่ราว 1.38 ล้านครัวเรือน และเตรียมมอบคูปองเพิ่มอีก 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 7,754.55 บาท) รวมถึงคืนเงินค่าสาธารณูปโภคเพิ่มเติมในเดือน ต.ค. นี้ และ ม.ค. 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



