เมื่อวันที่ 13 ส.ค. น.ส.สุกัญญา สุวรรณมณีรัตน์ นักบริหารแผนชำนาญการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 1 กล่าวว่า สสส. เดินหน้าโครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผ่านกลไก พอช.ปีที่ 2 โดยเน้นสร้างนวัตกรรม กลไกการทำงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างพื้นที่ สนับสนุนการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ชุมชนสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้สารเสพติดเข้าสู่การบำบัด และร่วมดูแลต่อเนื่องจนครบ 1 ปีไม่ให้เสพซ้ำ ตลอดจนสร้างโอกาสให้ผู้ติดยาได้พัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ มีรายได้ ไม่ทอดทิ้งกัน ทั้งนี้จะมีการถอดบทเรียนแต่ละพื้นที่เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป ล่าสุดจากการลงพื้นที่ต้นแบบตงแปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทำงานอย่างเข้มแข็ง เชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสสส.ยินดีสนับสนุนพื้นที่ออกแบบแนวทางแก้ปัญหาด้วยตนเอง พร้อมค้นหากลไกและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ  

ด้าน นางจันทร ศรีสุรักษ์ สาธารณสุขอำเภอแปลงยาว กล่าวว่า อำเภอแปลงยาวมีประชากร 52,652 คน 4 ตำบล 48 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง จากการประชุมคณะกรรมการ พชอ.พบว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญจึงขับเคลื่อนงานชุมชนล้อมรักษ์ ตั้งแต่ปี 2567 โดย รพ.สต.แปลงยาว ซึ่งเป็น 1 ใน 6 รพ.สต.ของอำเภอที่สนับสนุนการคัดกรอง นำผู้มีเสพยาเข้าสู่การบำบัด และพัฒนาพื้นที่หมู่ 5 เป็นต้นแบบชุมชนล้อมรักษ์ โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.  

นายประธี  ทิษฐ์ธรรม  ผอ.รพ.สต.แปลงยาว กล่าวว่า การดำเนินงานชุมชนล้อมรักษ์ หมู่ 5 มา 4 เดือน มีผู้เข้ารับการบำบัด 12 คน ใช้โปรแกรม Modify Matrix ร่วมกับกิจกรรมฝึกสติ ติดตามเยี่ยมบ้าน ตรวจสารเสพติดต่อเนื่อง ก่อนเข้าสู่ระยะติดตาม 1 ปี ส่งเสริมอาชีพและรายได้ ทั้งนี้จากการตรวจยาบ้าครั้งที่ 6 จากผู้เข้ารับการบำบัด 12 คน ผลผู้ที่ผลเป็นบวก 2 คน สะท้อนว่าผู้เข้าบำบัดมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริงโดยมีแรงสนับสนุนจากชุมชน สำหรับการพัฒนาอาชีพผู้เข้ารับการบำบัด มีการชวนรวมกลุ่มทำดอกไม้จันทน์ ทำพวงหรีด พร้อมประสานความร่วมมือกับพระสงฆ์และชุมชน เพื่อสร้างช่องทางการตลาด เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดมีอาชีพ มีรายได้ ลดโอกาสกลับไปเสพซ้ำ

ด้าน นายซี (นามสมมติ) ผู้เข้ารับการบำบัด กล่าวว่า ตนเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนล้อมรักษ์ทั้งฝึกอาชีพ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีความสนใจงานศิลปะ วาดภาพตามกำแพงและรับวาดภาพเหมือน สิ่งที่ทำให้เลิกเสพได้เพราะการให้โอกาสและการยอมรับจากครอบครัวและชุมชน พอเราผ่านพ้นมาได้ก็อยากสนับสนุนให้ผู้ผ่านการบำบัดทุกคน ใช้ต้นทุนและทักษะที่มีสร้างอาชีพ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรม กลับมาใช้ชีวิตให้ดีขึ้น

ขณะที่ นายดี (นามสมมติ) ผู้เข้ารับการบำบัด กล่าวว่า ตนเคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ตั้งแต่อายุ 18 ปี มีการเสพและขายยาบ้าหลังพ้นโทษ แต่เกิดอุบัติเหตุจนพิการขาขาด ต้องพึ่งรายได้จากครอบครัวและเงินช่วยเหลือผู้พิการ จึงต้องการมีอาชีพและรายได้เป็นของตนเอง ซึ่งทีมชุมชนล้อมรักษ์ได้เข้ามาพูดคุยคอยช่วยเหลือ ชวนฝึกอาชีพทำดอกไม้จันทน์ และคอยติดตามดูแลต่อเนื่อง ซึ่งยอมรับว่ายากมาก กว่าจะผ่านมาได้ ต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบตัว แต่พอเรามีอาชีพ มีกำลังใจ และแรงสนับสนุนจากชุมชน จึงเป็นเหมือนเกาะที่ช่วยเสริมความเข้มแข็งและไม่อยากกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ