เมื่อวันที่ 13 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมตัวนายเบน อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2691/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดย หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟบางบำหรุ แขวงบางบางพลัด เขตบางพลัด กทม. เวลา 06.00 น. (13 ส.ค.) ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2568 คนร้ายได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ“Kuang Kuang” ทักคุยกับผู้เสียหาย โดยทำทีสอบถามเรื่องรูปภาพบ้าน และงบประมาณการสร้างบ้าน ประกอบกับมีเพื่อนร่วมกันในเฟซบุ๊ก ผู้เสียหายจึงยอมรับเพื่อนและพูดคุยด้วย ต่อมาคนร้ายได้ขอให้ย้ายไปคุยกันต่อในแอปพลิเคชั่นไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและคุยกันจนสนิทสนม คนร้ายได้เริ่มออกอุบายชักชวนลงทุนเทรดทองคำ โดยส่งภาพหน้าจอตัวเลขอ้างว่าเป็นผลกำไรจำนวนมากจากแพลตฟอร์มชื่อ daexch.org มาให้ดูจนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าได้กำไรจริง โดยในการลงทุนแต่ละครั้ง คนร้ายจะเป็นผู้ส่งเลขบัญชีธนาคารปลายทางมาให้โอนเงินเข้าสู่ระบบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีของตนเองไปยังบัญชีธนาคารตามที่คนร้ายแจ้ง รวมเป็นเงินรวม 3,328,085 บาท ต่อมาเมื่อไม่ได้รับเงินคืนจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเจ้าแจ้งความรเฃ้องทุกข์ไว้ที่ กก.1 บก.ปอท.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายเบน นั้นกำลังเดินทางด้วยรถไฟจากภาคใต้ มายังกรุงเทพมหานคร โดยจะลงรถไฟที่บริเวณสถานีรถไฟบางบำหรุ แขวงบางบางพลัด เขตบางพลัด จึงทำการสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับ โดยนายยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหานามหมายจับจริง จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2568 ตนได้เล่นเฟซบุ๊กและได้พบเพจ “รับเช่าบัญชีทุกชนิด” ตนจึงได้ติดต่อไปและได้ตกลงขายบัญชีธนาคารจำนวน 1 บัญชี ในราคา 10,000 บาท โดยนัดรับกันที่ตลาดมีนบุรี ตนขายเพราะร้อนเงิน แค่ต้องการนำเงินมาใช้และไม่ได้ถามว่าจะนำบัญชีไปทำอะไร และภายหลังผันตัวมาเป็นคนหาบัญชีจากบุคคลอื่นพร้อมถอนเงินให้แก้งมิจฉาชีพ โดยให้ค่าจ้าง 10,000 บาท และแบ่งเปอร์เซ็นต์ 2,000 บาท ต่อหนึ่งบัญชี หลังจากที่ตนทราบว่าบัญชีถูกโอนอายัดแล้ว ตนจึงได้หลบหนีไปทำทุเรียนที่จังหวัดจันทบุรี กระทั่งมาถูกจับกุม
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝากเตือน หากพบมีสายโทรศัพท์ หรือข้อความต้องสงสัย หรือใช้ภาพคนหน้าตาดี โปรไฟล์หรู ทักมาชวนคุยสร้างความสนิทสนมจนเหยื่อเชื่อใจ จากนั้นจะชักชวนให้ลงทุนผ่านลิงก์แอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ปลอม ที่ทำเลียนแบบขึ้นมา ช่วงแรกจะยอมให้ถอนเงินได้จริงในจำนวนน้อยเพื่อล่อให้ตายใจ แต่เมื่อเหยื่อทุ่มเงินก้อนใหญ่ลงไปหลายครั้งจนพอใจแล้ว จะล็อกระบบไม่ให้ถอนเงินและอ้างให้โอนเงินเพิ่มเป็นค่าภาษีหรือค่าปลดล็อก สุดท้ายจะบล็อกไลน์หนีหายไปทันที ควรตั้งสติ ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานนั้นๆให้แน่ชัด และปรึกษาคนในครอบครัวก่อนตัดสินใจทุกครั้ง และ “ไม่เชื่อ ไม่หลง ไม่โอน” เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ.



