เลสเตอร์ ซิตี สโมสรในศึกอีเอฟแอล ลีกวัน ประเทศอังกฤษ เสนอขายกิจการของสโมสรด้วยราคาสูงกว่า 200 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 8,800 ล้านบาท หลัง “คิง เพาเวอร์” เจ้าของสโมสรจากไทย เตรียมวางมือหลังเข้ามาบริหารสโมสรนานถึง 16 ปี
“บีบีซี” สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า “จิ้งจอกสยาม” ได้จัดทำโบรชัวร์ (เอกสารแนะนำสโมสร) ความหนา 8 หน้า ซึ่งจัดทำโดย ซิตีกรุ๊ป ธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำของสหรัฐ เพื่อช่วยในการขายกิจการของสโมสร
เนื้อหาภายในโบรชัวร์ดังกล่าวได้ระบุรายการทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้แผนการขายกิจการของ เลสเตอร์ ที่ใช้ชื่อว่า “Project Lineup” ซึ่งรวมถึง ทีมชายของเลสเตอร์, ทีมหญิง, และสินทรัพย์หลักอื่น ๆ เช่น สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดียม ความจุ 32,000 ที่นั่ง และศูนย์ฝึกซ้อมซีเกรฟ ที่เพิ่งเปิดใช้งานเมื่อปี 2020 และมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 121 ล้านปอนด์ (ราว 5,324 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังรวมถึงสโมสร โอเอช ลูเวิน ซึ่งเป็นสโมสรลูกในเบลเยียมด้วย
สำหรับมูลค่าของทรัพย์สินทางกายภาพ ซึ่งได้แก่สิ่งปลูกสร้าง และสนามที่ปรากฏอยู่ในโบรชัวร์นั้น มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 200 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการเจาะจงว่า นักลงทุนที่ให้ความสนใจจะต้องใช้เงินมากแค่ไหนในการเทกโอเวอร์กิจการของ เลสเตอร์ แต่คาดว่า น่าจะต้องสูงกว่า 200 ล้านปอนด์แน่นอน
นอกจากนี้ในโบรชัวร์ยังมีการระบุเอาไว้ด้วยว่า “นี่คือโอกาสที่หาได้ยากในการเข้าซื้อกิจการของสโมสรที่มีประวัติอันยอดเยี่ยมในการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกระดับที่สูงขึ้น”
ทั้งนี้ “คิง เพาเวอร์” นำโดยครอบครัวศรีวัฒนประภาได้เข้าซื้อกิจการของ เลสเตอร์ ต่อจาก มิลาน มันดาริช เมื่อปี 2010 ด้วยราคาเพียง 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,540 ล้านบาท) ก่อนจะพา “เดอะ ฟ็อกซ์ส” เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก และสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมาครองได้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 ก่อนจะคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เป็นครั้งแรกในปี 2021
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นผลงานของ เลสเตอร์ ก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ โดยในช่วงที่พวกเขาลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก สลับกับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 นั้น สโมสรขาดทุนมากกว่า 180 ล้านปอนด์ (ราว 7,920 ล้านบาท) ก่อนจะตกชั้นลงไปเล่นใน ลีกวัน เมื่อฤดูกาลที่แล้ว กระทั่งนำไปสู่การตัดสินใจเสนอขายสโมสรในที่สุด.
ภาพ gettyimages



