สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า ทำเนียบขาวเผยแพร่รายงานชื่อ “มหกรรมการส่งผ่านสินค้าสวมสิทธิ” (The Great Transshipment Scam) ว่าจีนกำลังใช้เครือข่ายขนส่งสินค้าเงาในต่างประเทศ เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลวอชิงตัน โดยส่งสินค้าผ่านประเทศตัวกลางมากกว่า 40 ประเทศ
รายงานระบุว่า ผู้ส่งออกของจีนอาศัยช่องว่างอัตราภาษีที่แตกต่างกัน ด้วยการนำสินค้ามาเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ สวมฉลากใหม่ แก้ไขเอกสารใบเสร็จ หรือทำการประกอบสินค้าเพียงเล็กน้อยในประเทศตัวกลางเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อรายได้ภาษีของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งสูญเสียไปประมาณ 19,000-26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 631,132.50-863,655 ล้านบาท)
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประเมินว่า สินค้าจีนที่ถูกส่งผ่านประเทศหลักอย่างเม็กซิโก อินเดีย และเวียดนาม เพียง 3 แห่งในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 67,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.22 ล้านล้านบาท)
White House says transshipped goods cost $19 billion to $26 billion in lost tariffs https://t.co/k9oLckfa8x https://t.co/k9oLckfa8x
— Reuters (@Reuters) August 14, 2026
ในส่วนของประเทศไทย รายงานของทำเนียบขาวจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่ม “เทียร์ 2” คือกลุ่มประเทศผู้นำที่มีการบูรณาการทางเศรษฐกิจกับจีนสูง ร่วมกับเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล และตุรกี
ประเทศไทยถูกระบุว่าเป็นฐานการผลิตและแปรรูปสำคัญในอุตสาหกรรมเครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนต้นน้ำจากจีนเข้ามาประกอบเพียงเล็กน้อยเพื่อส่งออกต่อ
รายงานมีการอ้างอิงถึงกรณีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด เช่น ชิ้นส่วนเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ที่พบว่ามีการนำชิ้นส่วนจากจีนเข้ามาประกอบในไทย และประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ รายงานได้จับคู่เปรียบเทียบผลกระทบข้ามประเทศ โดยระบุว่า เขตอุตสาหกรรม พระนครศรีอยุธยา-สมุทรปราการ ของไทย ที่ส่งออกเทอร์โมสแตตเข้าสู่สหรัฐ สร้างแรงกดดันและแย่งชิงออร์เดอร์การผลิตโดยตรงจากศูนย์กลางการผลิตในเขตมินนีแอโพลิส-เซนต์พอล ของสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวระบุว่า จะยกระดับการตรวจสอบการส่งผ่านสินค้า โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาวิเคราะห์ข้อมูลการขนส่งและห่วงโซ่อุปทาน ระบบดังกล่าวจะตรวจสอบข้อมูลการเดินเรือ เจ้าของบริษัท และศักยภาพการผลิตของโรงงานในประเทศปลายทาง เพื่อคัดกรองสินค้าที่อาจมีการสวมสิทธิ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



