กรณี ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร กับพวกรวม 24 ราย รวมถึง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ พิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง, นางสรินยา ไชยเดช มารดา และนายกิตติเชษฐ์ หรือ สรายุทธ ไชยเดช พี่ชาย เป็นจำเลย ซึ่งสั่งยกฟ้อง พิ้งกี้ สาวิกา พร้อมแม่และพี่ชาย ส่วนอภิรักษ์กับพวกรวม 5 ราย ศาลสั่งจำคุกคนละ 49,110 ปี พร้อมสั่งปรับ 2 บริษัท รายละ 4,911 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ศาลพิพากษายกฟ้อง ‘ครอบครัวพิ้งกี้’ ส่วน ‘อภิรักษ์-เมีย-พวก’ จำคุกคนละเกือบ 5 หมื่นปี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. “ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์” ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า ภายหลังจากที่ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษายกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยทั้ง 3 ราย กระบวนการหลังจากนี้ พนักงานอัยการในฐานะโจทก์ จะต้องเป็นผู้พิจารณาว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่ ซึ่งถ้าหากอัยการจะไม่อุทธรณ์คดี ก็จะต้องส่งรายงานหนังสือมาสอบถามอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 34 จึงจะเป็นขั้นตอนของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเห็นแย้งกับพนักงานอัยการที่ไม่อุทธรณ์คดีหรือไม่ ทั้งนี้ หากอัยการในฐานะโจทก์ไม่อุทธรณ์คดี แต่อธิบดีดีเอสไอเห็นแย้งว่าต้องอุทธรณ์คดี ปลายทางสุดท้ายก็ต้องส่งไปสอบถามยังอัยการสูงสุดให้เป็นผู้มีคำสั่งชี้ขาดต่อไป

นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดเผยกับทีมข่าวถึงเกณฑ์การช่วยเหลือจำเลยหรือแพะในคดีอาญา ว่า สำหรับกรณีที่ศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 3 ราย พิ้งกี้ มารดา และพี่ชาย โดยเป็นกรณียกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยนั้น ในทางกฎหมายก็ยังไม่ถือเป็นการตัดสิทธิ หรือขาดซึ่งคุณสมบัติในฐานะจำเลยในคดีอาญา ที่สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินเยียวยาได้ แต่ตามหลักการแล้ว การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาในกฎหมายดังกล่าว จะต้องยึดจากคำว่า “คดีถึงที่สุด” จึงหมายความว่าในคดีดังกล่าวนี้ ก็จะต้องรอดูว่าพนักงานอัยการในฐานะโจทก์ จะมีการอุทธรณ์คดีหรือไม่

โฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เผยอีกว่า ซึ่งถ้าหากมีการอุทธรณ์คดีเกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องรอให้กระบวนการถึงศาลอุทธรณ์อีกเช่นเดียวกัน เพื่อรอดูคำพิพากษาในส่วนของศาลอุทธรณ์ต่อไป แต่ถ้าหากอัยการในฐานะโจทก์ ไม่มีการยื่นอุทธรณ์คดี อัยการก็ต้องทำหนังสือสอบถามไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าเห็นแย้งหรือไม่กับการที่อัยการไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว ก็จะต้องรอดูความเห็นของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเช่นเดียวกัน จึงทำให้การจะจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาจำเลยหรือแพะในคดีอาญา จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าหากท้ายสุดแล้ว คดีไม่มีการอุทธรณ์ใด ๆ ทางจำเลยก็สามารถไปคัดเอาเอกสารรับรองคดีถึงที่สุดแล้ว พร้อมคำพิพากษาศาลที่ยกฟ้อง มายื่นประกอบการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาได้