สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงเวลลิงตันออกแถลงการณ์ ว่ารายงานประเมินภัยคุกคามประจำปีของหน่วยข่าวกรองนิวซีแลนด์ “สร้างเรื่องและขยายประเด็น” เกี่ยวกับการแทรกแซงและภัยคุกคามจากจีน พร้อมกล่าวหาว่า มีทั้งฝ่ายในประเทศและต่างประเทศ ที่พยายามบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับนิวซีแลนด์
ข้อกล่าวหาดังกล่าวปรากฏในรายงาน “สภาพแวดล้อมภัยคุกคามด้านความมั่นคง 2569” ซึ่งรัฐบาลนิวซีแลนด์เผยแพร่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า จีนเป็นประเทศเดียวที่นิวซีแลนด์ตรวจพบว่าดำเนินกิจกรรมจารกรรม “ในระดับกว้างขวาง” โดยถือเป็นประเทศซึ่งดำเนินกิจกรรมแทรกแซงมากที่สุด
สถานเอกอัครราชทูตจีนโต้แย้งว่า ข้อกล่าวหาต่อจีนเป็นความพยายามใส่ร้ายการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือตามปกติว่า เป็นการจารกรรมหรือการแทรกแซง หรือเป็นข้อกล่าวหาที่ถูกกุขึ้นโดยปราศจากมูล และเตือนว่า การจารกรรมและความพยายามลับของรัฐบาลต่างชาติในการเข้าถึงเทคโนโลยีอ่อนไหว มีอิทธิพลต่อนโยบาย และรวบรวมข้อมูล กำลังเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น
#NewZealand's latest report on so-called "Chinese interference" and "China threat" is clearly linked to a series of recent negative developments in New Zealand's China-related policies. Recently, NZ has toughened its rhetoric toward China, which to some extent reflects a form of… https://t.co/NTjktVT3Lr
— Global Times (@globaltimesnews) August 14, 2026
จีนขอปฏิเสธการประเมินดังกล่าว โดยยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์นี้ก่อให้เกิดการค้า การจ้างงาน และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ จีนวิจารณ์ช่วงเวลาที่มีการเผยแพร่รายงาน “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” และอาจเป็นผลจากการแทรกแซงจากต่างชาติด้วยเช่นกัน จึงขอเรียกร้องให้นิวซีแลนด์ทำงานร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง และกระชับความร่วมมือในทางปฏิบัติ
ปัจจุบัน จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



