เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2569 พร้อมด้วย นางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ปี 2557 นางนรีภพ จิระโพธิรัตน์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และรองศาสตราจารย์ทวีศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตนายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการฯ ร่วมแถลงข่าวผลการตัดสินวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 โดยในปีนี้ ผลงานประเภทเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง “มาตุ-ภูมิ” โดย วัฒน์ ยวงแก้ว ส่วนประเภทบทกวี ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง “ใบสั่งซื้อยังไม่ได้ใบเสร็จ” โดย สงกาสังข์

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2569 ได้จัดประกวดวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 ประเภทเรื่องสั้นและบทกวี เพื่อส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย โดยเปิดรับผลงานเข้าประกวดฯ ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.–9 เม.ย.69 ซึ่งปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น จำนวน 856 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทเรื่องสั้น จำนวน 384 ผลงาน และประเภทบทกวี จำนวน 472 ผลงาน สำหรับการพิจารณาตัดสินแบ่งเป็น 3 รอบ ประกอบด้วย รอบแรก โดยคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง รอบที่สอง โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือก และการตัดสินรอบสุดท้าย โดยคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า

รศ.ทวีศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องสั้น กล่าวถึงภาพรวมของเรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้ว่า ด้านเนื้อหา เรื่องที่ส่งเข้าประกวดส่วนใหญ่เสนอแนวคิดและประเด็นทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยในระดับบุคคลนำเสนอปัญหาเรื่องเพศสภาพ ความไม่เท่าเทียมในสังคม การใช้สื่อออนไลน์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ในระดับครอบครัว นำเสนอปัญหาการแตกแยกทางความคิดระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและเทคโนโลยีการสื่อสาร ในระดับโรงเรียน มีการนำเสนอประชาธิปไตยในโรงเรียน การเรียกร้องสิทธิของนักเรียน บทบาทของผู้ปกครองและนักเรียนในการตรวจสอบผู้บริหารสถานศึกษา

ในระดับชุมชนชนบท มีการนำเสนอการจัดพื้นที่การเกษตร และทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ และปัญหามลพิษทางอากาศ ในระดับสังคมเมือง นำเสนอการจัดการพื้นที่ร่วมกันของหมู่บ้านและการอยู่ร่วมกันในอาคารชุด ซึ่งในระดับชุมชนทั้งสองระดับมีการนำเสนอการซื้อสิทธิขายเสียงและการคุกคามทางเพศด้วย

ในระดับประเทศนำเสนอปัญหาการต่อสู้ทางการเมืองในอดีตจนถึงปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำทางการเมือง ตลอดจนสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ส่วนในระดับสากลนำเสนอปัญหาในเชิงคาดการณ์สถานการณ์โลกในอนาคตที่จะมีเทคโนโลยีควบคุมมนุษย์และการต่อสู้ระหว่างมนุษย์จริงและมนุษย์สังเคราะห์ ทั้งนี้ เรื่องสั้นที่ส่งเข้าประกวดบางเรื่องอยู่ในระดับที่มีคุณภาพดี แต่ยังไม่ผ่านมติความเห็นชอบของคณะกรรมการฯ

ในส่วนกลวิธีการประพันธ์และการนำเสนอ ส่วนใหญ่เป็นการนำเสนอแบบสมจริง และมีหลายเรื่องที่ผู้เขียนแฝงสัญญะผ่านการสร้างตัวละครและสถานที่ที่ไม่ยากเกินกว่าที่จะตีความ บางเรื่องเป็นการจินตนาการถึงสังคมที่ไม่น่าอภิรมย์ (Dystopia) ทั้งแบบสมหวังและสิ้นหวัง บางเรื่องเสนอแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ในแนวไสยศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบกับอำนาจทางการเมือง สำหรับข้อเสนอแนะ มีผู้เขียนบางส่วนส่งผลงานที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยในการเขียนผลงาน ขอให้ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดสร้างสรรค์ผลงานโดยงดใช้ปัญญาประดิษฐ์ จะทำให้ผลงานมีอัตลักษณ์และมีการใช้ภาษาที่สละสลวยมากกว่า

จากนั้น นางนรีภพ จิระโพธิรัตน์ ประธานอนุกรรมการคัดเลือกเรื่องสั้น ประกาศผลการตัดสินประเภทเรื่องสั้น ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง “มาตุ-ภูมิ” โดย วัฒน์ ยวงแก้ว

รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 60,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง “ผี/ผม/พ่อ” โดย วุฒินันท์ ชัยศรี และผลงานเรื่อง “เมื่อความร้อนไม่เคยลงคะแนน” โดย วิรัช ขันตยานุกูลกิจ

รางวัลชมเชย 10 รางวัล ได้รับเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท

นางชมัยภร บางคมบาง ประธานอนุกรรมการกลั่นกรองบทกวี และรองประธานอนุกรรมการคัดเลือกบทกวี ประกาศผลการตัดสินประเภทบทกวี สำหรับปี 2569 มีบทกวีส่งเข้าประกวดทั้งหมด 472 ผลงาน มีลักษณะเนื้อหามุ่งเน้นการส่งเสริมประชาธิปไตยและการสร้างการรับรู้ใหม่ให้แก่คนในสังคมเกี่ยวกับแนวคิดประชาธิปไตยที่แท้จริง ตามทัศนะของกวีที่แตกต่างกันไป รวมทั้งการสะท้อนภาพการบริหารงานของรัฐบาล ภาพชีวิตของพลเมือง และสังคมโดยรวมผ่านงานฉันทลักษณ์และกลอนเปล่าตามความถนัด โดยคณะกรรมการกลั่นกรองได้คัดเลือกให้เข้ารอบทั้งหมด 33 ผลงาน คณะอนุกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้าได้พิจารณาคัดเลือกทั้งหมด 13 ผลงาน ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง “ใบสั่งซื้อยังไม่ได้ใบเสร็จ” โดย สงกาสังข์

รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า และเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 60,000 บาท ได้แก่ ผลงานเรื่อง “พยัญ(ไม่)ชนะ สระบนไม่เหนือใคร (เพราะรวมเป็นหนึ่ง จึงงดงาม)” โดย ปะการัง และผลงานเรื่อง “ร่มพยุงเมือง” โดย วันทพร บุญชู

รางวัลชมเชย 10 รางวัล ได้รับเกียรติบัตรของประธานรัฐสภา พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะจัดพิธีมอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 ในวันที่ 23 ก.ย.69 ณ อาคารรัฐสภา จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานฯ ติดตามข้อมูลข่าวสารการจัดงานและพิธีมอบรางวัลผ่านทางเพจ Facebook “รางวัลพานแว่นฟ้า” หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานเผยแพร่ประชาธิปไตยฯ สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โทร. 0 2242 5900 ต่อ 5491-92 ในวันและเวลาราชการ