กรณีธนาคารพาณิชย์ของจีนอย่างน้อย 6 แห่ง ได้เพิ่มสกุลเงินต่างประเทศประมาณ 12 สกุล รวมถึงเงินบาทของไทย เข้าสู่ระบบเพื่อใช้หักบัญชีและชำระเงินกับเงินหยวนได้โดยตรงนั้น
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ที่ผ่านมา การสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่น (Local Currency) ในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเป็นแนวทางที่หลายประเทศในภูมิภาคให้ความสำคัญและดำเนินมาต่อเนื่อง ทั้งจากการค้าระหว่างกันและความผันผวนของเงินสกุลหลักที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ธุรกิจมีทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคทั้ง ASEAN และ ASEAN+3 ก็มีแนวนโยบายสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว

ทั้งนี้ ธปท. ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศโดยใช้เงินสกุลท้องถิ่นผ่านความร่วมมือในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ความตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลท้องถิ่นกับทางการจีน และการจัดตั้งกลไกส่งเสริมการทำธุรกรรมด้วยเงินสกุลท้องถิ่นเพื่อการค้าและการลงทุนร่วมกับทางการมาเลเซียและอินโดนิเซีย เพื่อเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพการใช้เงินสกุลท้องถิ่นให้กับภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ดี จากรายงานของ Swift เกี่ยวกับ Global payments currency & International payments currency ณ เดือนมิถุนายน 2569 พบว่าการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการชำระค่าสินค้าและบริการยังอยู่ในระดับต่ำเทียบกับการใช้เงินสกุลหลัก ส่วนหนึ่งเนื่องจากธุรกิจอาจยังมีคู่ค้าอยู่ในหลายประเทศ จึงยังต้องใช้เงินสกุลหลักอยู่
ส่วนในกรณีของไทย แม้การค้ากว่า 62% จะอยู่กับประเทศในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก แต่ชำระเป็นเงินสกุลท้องถิ่นเพียง 17% ของมูลค่าการค้ารวม ขณะที่การค้าระหว่างไทย-จีน มีการใช้เงินบาทและหยวนรวมกันประมาณ 18% ของมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ



