ปั้นไทยสู่ “เมืองสร้างสรรค์โลก”ตั้งรับภาษีคาร์บอนท่องเที่ยว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยแทบไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Attraction) ใหม่ ๆ เกิดขึ้น ขณะที่โลกการท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเร็ว และนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ ต่างมองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า อพท.มีนโยบายที่จะผลักดันแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยสนับสนุนสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง    เพราะคือโอกาสสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ กระจายรายได้สู่ชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่มผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงได้จริง และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลก  เพราะแหล่งท่องเที่ยวลักษณะนี้ต้องตอบโจทย์แนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” (Tourism for All) อย่างแท้จริง

ประเทศไทยยังขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้ใช้วีลแชร์อย่างมาก ผู้พิการมักเดินทางท่องเที่ยวได้เพียงในห้างสรรพสินค้า โครงการกระเช้าลอยฟ้าจึงออกแบบมาเพื่อให้เด็ก คนชรา และผู้พิการเข้าถึงธรรมชาติได้ด้วยตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี

เส้นทางกระเช้าแยกจากทางเดินเท้าเดิม สิ้นสุดกึ่งกลางเขาเพื่อลดความแออัดบนยอดเขา ไม่กีดขวางทางช้างป่า และต้องผ่านการประเมิน EIA ตามกฎหมาย เปิดให้เที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ 05.00-20.00 น. ช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจรอบนอกโดยไม่ต้องพักค้างแรม

นอกจากด้านท่องเที่ยว กระเช้ายังช่วยด้านความปลอดภัยและการแพทย์ฉุกเฉิน ปัจจุบันเมื่อมีผู้บาดเจ็บหรือช้างป่วย แพทย์ต้องแบกอุปกรณ์เดินเท้าขึ้นเขานานกว่า 3 ชั่วโมง กระเช้าจะช่วยให้เข้าถึงพื้นที่ได้เร็วขึ้น รวมถึงสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเพียง 25 คนที่ดูแลป่านับหมื่นไร่

ท่องเที่ยวรับมือภาษีคาร์บอน

ผู้อำนวยการ อพท.ยังบอกอีกว่าแนวทางการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวประเทศไทยภายใต้กติกาสากล โดยสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council หรือ GSTC) ใช้ตราสัญลักษณ์รูป “รอยเท้า” เป็นมาตรฐานระดับโลก หากแหล่งท่องเที่ยวใดไม่มีตรานี้ นักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะไม่เลือกเดินทางมา ที่สำคัญกว่านั้นคือมาตรการภาษีซีแบม CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่ประเทศตะวันตกใช้เก็บภาษีสินค้านำเข้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังจะขยายมาใช้กับแพ็คเกจท่องเที่ยวขาออกในอนาคตอันใกล้ หากไทยไม่มีมาตรฐานรองรับ ยกตัวอย่างแพ็คเกจท่องเที่ยวราคา 5,000 บาท อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มจนกลายเป็น 8,000 บาท ทันที ซึ่งจะทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

บทบาทของ อพท. คือเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ชุมชนและเมืองท่องเที่ยวไทยผ่านเกณฑ์ เพื่อให้ได้รับการรับรองจาก GSTC และจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการสากล

9 เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก

ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network หรือ UCCN) รวม 9 เมือง จากทั้งหมด 408 เมืองทั่วโลก แบ่งเป็น 4 สาขา ได้แก่ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน — เชียงใหม่, สุโขทัย และน่าน (เมืองล่าสุด)ด้านอาหาร ภูเก็ต (เมืองแรกของไทย), เพชรบุรี และสงขลา ซึ่งโดดเด่นจากระบบนิเวศ “3 น้ำ” คือน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ด้านการออกแบบ กรุงเทพมหานคร และเชียงราย ด้านดนตรี สุพรรณบุรี เมืองล่าสุดที่มีรากเหง้าดนตรีลึกซึ้ง ตั้งแต่เพลงพื้นบ้าน เพลงลูกทุ่ง ไปจนถึงศิลปินชื่อดังหลายยุคสมัย จากทั้ง 9 เมือง อพท. เป็นผู้เข้าไปร่วมผลักดันจำนวน 6 เมือง ได้แก่ เพชรบุรี สุโขทัย น่าน เชียงราย และสงขลา ขณะที่ภูเก็ต เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ดำเนินการสมัครด้วยตนเอง

ประโยชน์เมืองสร้างสรรค์

ผู้อำนวยการ อพท. อธิบายว่าการได้รับสถานะเมืองในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) ไม่ได้เป็นเพียงรางวัลเพื่อสร้างแบรนด์ให้เมืองเท่านั้น แต่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวก และสร้างประโยชน์ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

การตลาดและท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม ช่วยดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะเจาะจง หรือเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ให้เดินทางท่องเที่ยวตามรอยโดยเฉพาะ เช่น กลุ่มที่ชอบตระเวนกินตามเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร กลุ่มที่ตั้งใจเดินทางไปชมคอนเสิร์ตหรือการแสดงท้องถิ่นในเมืองแห่งดนตรี หรือกลุ่มที่ตามไปชมงานออกแบบในเมืองดีไซน์ เศรษฐกิจและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน  ถือเป็นกุศโลบายสำคัญในการดึงดูดและเชิญชวนให้เด็กและคนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง โดยนำความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อสร้างจุดเด่น จุดขาย และสร้างอาชีพ ช่วยให้คนในพื้นที่สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอยู่ในท้องถิ่นของตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องละทิ้งบ้านเกิดเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ภาพลักษณ์และการปักหมุดในระดับสากล  ช่วยให้ประเทศไทยได้รับการปักหมุดขึ้นบน “แผนที่โลกสร้างสรรค์ของยูเนสโก” ซึ่งส่งผลดีต่อการยกระดับและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในมุมมองต่าง ๆ บนเวทีระดับโลก

ดันพัทยา “เมืองสร้างสรรค์ภาพยนตร์”

พัทยาอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) แห่งแรกของไทย ตามคำสั่งเร่งขับเคลื่อนของคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเป็นสถานที่ถ่ายทำเท่านั้น แต่พัฒนาองค์ประกอบของเมืองอย่างรอบด้าน ได้แก่ การพัฒนาบรรยากาศเมืองให้มีกลิ่นอายแบบฮอลลีวูด พร้อมการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น สวนน้ำที่จำลองฉากจากภาพยนตร์ และส่งเสริมระบบนิเวศอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในพื้นที่ เช่น บริษัท Post-production การวางรากฐานการศึกษา ผ่านโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาที่เปิดสอนหลักสูตรทำภาพยนตร์และคลิปสั้นให้เยาวชน เพื่อต่อยอดสร้างอาชีพและผลงานบนโซเชียลมีเดีย การจัดประกวดภาพยนตร์สั้นในกลุ่มนักเรียน เพื่อปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่ระดับเยาวชน