นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ถือเป็นหนึ่งในนักการทูตคนสำคัญที่มีบทบาทกำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศของอิหร่าน ในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญแรงกดดันจากทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความตึงเครียดกับชาติตะวันตก ด้วยประสบการณ์ทั้งด้านการทหาร การทูต และการเจรจาระหว่างประเทศ ทำให้อารักชีเป็นบุคคลที่สามารถเชื่อมโยงแนวคิดด้านความมั่นคงของอิหร่าน ให้เข้ากับภาษาทางการทูตในเวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อารักชีเกิดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2505 ที่กรุงเตหะราน ในครอบครัวคหบดีที่มีรากเหง้าจากเมืองอิสฟาฮาน อารักชีเติบโตขึ้นในช่วงที่อิหร่านเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยเข้าร่วมการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 ก่อนเข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือไออาร์จีซี เป็นเวลาประมาณ 9 ปี รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบจริงระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก ประสบการณ์ดังกล่าวมีส่วนหล่อหลอมทัศนะด้านความมั่นคงของเขา และทำให้มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างอำนาจสำคัญของอิหร่าน
ในด้านการศึกษา อารักชีสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากสำนักวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิสลามอาซาด
อารักชีได้รับปริญญาเอกด้านความคิดทางการเมือง จากมหาวิทยาลัยเคนต์ในสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2539 โดยศึกษาวิวัฒนาการของแนวคิดเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองในความคิดทางการเมืองอิสลาม ความรู้ด้านภาษาเปอร์เซีย อังกฤษ และอาหรับ รวมถึงประสบการณ์การศึกษาในโลกตะวันตกของอารักชีช่วยเสริมความสามารถของเขาในการทำความเข้าใจและสื่อสารจุดยืนของอิหร่านกับนานาชาติ
อารักชีเริ่มทำงานในกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านตั้งแต่ปี 2532 และค่อย ๆ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญ ทั้งอุปทูตประจำองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ที่เมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย ผู้อำนวยการสถาบันการเมืองและการระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูตประจำฟินแลนด์และเอสโตเนีย รวมถึงญี่ปุ่น ก่อนดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีช่วยฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ ตลอดจนรัฐมนตรีช่วยฝ่ายกิจการการเมือง ประจำกระทรวงการต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม บทบาทที่สร้างชื่อให้กับอารักชีในเวทีระหว่างประเทศมากที่สุด และทำให้เจ้าตัวกลายเป็นจับตาของตะวันตกจนถึงปัจจุบัน คือการเป็นหนึ่งในผู้เจรจาคนสำคัญของอิหร่านในการจัดทำข้อตกลงแผนปฏิบัติการร่วมครอบคลุม หรือ เจซีพีโอเอ หรือที่เรียกกันอย่างง่ายว่า “ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน” เมื่อปี 2558 ร่วมกับนายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.การต่างประเทศอิหร่าน
ในเวลานั้น การเจรจาดังกล่าวสะท้อนความสามารถของอารักชีในการรักษาผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของอิหร่าน ควบคู่กับการแสวงหาพื้นที่ประนีประนอมกับมหาอำนาจ
ในเดือน ส.ค. 2567 รัฐสภาอิหร่านให้ความเห็นชอบอารักชีดำรงตำแหน่งรมว.การต่างประเทศ ตามการเสนอชื่อของประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ทั้งนี้ อารักชีบริหารงานโดยยึดหลัก “เกียรติยศ ปัญญา และผลประโยชน์” ให้ความสำคัญกับการเจรจากับชาติตะวันตกเพื่อบรรเทามาตรการคว่ำบาตร ควบคู่กับการผลักดันความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนรักษาความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับจีนและรัสเซีย
ด้วยเหตุนี้ อารักชีจึงถูกมองว่าเป็นนักการทูตสายปฏิบัตินิยมเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งสามารถประสานแนวคิดด้านการทูตเข้ากับหลักความมั่นคงของระบอบอิสลามได้อย่างลงตัว การดำรงตำแหน่งรมว.การต่างประเทศของเขาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดท่าทีการทูตของอิหร่าน ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังทวีความซับซ้อนขึ้น.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



