สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่าสถาบันเศรษฐกิจเยอรมนี (ไอดับเบิลยู) เผยแพร่รายงานโดยอ้างอิงจากธนาคารกลางเยอรมนี บริษัทเยอรมนีลดการลงทุนโดยตรงในสหรัฐลงเกือบ 2 ใน 3 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เหลือ 4,300 ล้านยูโร (ราว 163,486 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 การลงทุนลดลงเกือบ 80%


แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กลับเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง เมื่อเดือน ม.ค. 2568 และข่มขู่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ เพื่อกดดันให้รัฐบาลต่างประเทศยอมรับเงื่อนไขทางการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐ


ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) พยายามหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรในอัตราสูงสำหรับสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐ ด้วยการบรรลุข้อตกลงที่รวมคำมั่นว่า จะลงทุนในสหรัฐมูลค่า 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19.88 ล้านล้านบาท)


ในช่วง 5 ปีก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทเยอรมนีเคยลงทุนในสหรัฐเฉลี่ย 15,800 ล้านยูโรต่อปี (ราว 600,716 ล้านบาท) ในช่วงครึ่งแรกของแต่ละปี ซึ่งสูงกว่าระดับในปีนี้เกือบ 4 เท่า


อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่า ช่วงปี 2563-2566 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พิเศษของการแพร่ระบาด ส่งผลให้บางปีมีกระแสเงินลงทุนสุทธิไหลออกจากสหรัฐ


นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่า บริษัทเยอรมนีที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในสหรัฐยังคงนำผลกำไรกลับไปลงทุนในประเทศดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าสหรัฐยังคงเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจโดยรวม


อย่างไรก็ตาม บริษัทของเยอรมนีกลับมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้นต่อการนำเงินทุนใหม่เข้าไปลงทุนในสหรัฐ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของรัฐบาลทรัมป์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS