เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 69 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 69 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ระดับ 1.9% ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.5% แต่ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ 2.8% และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 69 ลดลงจากไตรมาสแรก 0.2% ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 2.4% โดยคาดว่าในไตรมาส 3 น่าจะปรับตัวดีขึ้น
หลังได้รับผลกระทบค่อนข้างแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ สศช.ได้ปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจปี 69 อยู่ที่ 2-2.5% โดยมีคาดการณ์ที่ 2.2% โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวในเกณฑ์สูงของการลงทุนภาคเอกชน การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือน การส่งออกสินค้า และแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
ทั้งนี้เศรษฐกิจในไตรมาส 2 พบว่า เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจทุกตัวลดลงจากไตรมาสแรก มีเพียงการลงทุนภาคเอกชน ที่ขยายตัวได้มากถึง 13.4% ขณะที่ภาครัฐลงทุนลดลง 1.6% จากการที่รัฐวิสาหกิจชะลอการลงทุนขนาดใหญ่ โดยการลงทุนโดยรวมขยายตัวได้ 9.1% เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าและบริการ ที่ขยายตัวได้ 12.5% แยกเป็นการส่งออกสินค้าขยายตัวได้ 14.1% ขณะที่การท่องเที่ยวขยายตัวได้ 5.1%
ในด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้ามีมูลค่าขยายตัวเร่งขึ้นเป็น 17.6% ปริมาณส่งออกสินค้าขยายตัว 13.7% ตามการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดโลก ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าขยายตัวสูงถึง 42.3% ปริมาณนำเข้าสินค้าขยายตัว 27.7% ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพี ในไตรมาสนี้กลับมาติดลบอยู่ที่ 12% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง มีรายรับรวมจากการท่องเที่ยว 6.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 6.557 ล้านคน
สำหรับการผลิตภาคเกษตรขยายตัว 1.5% จากผลผลิตพืชผลสำคัญ เช่น ผลไม้ อ้อย ยางพารา ขณะที่ปาล์มน้ำมัน และข้าวเปลือกลดลง ฝั่งรายได้เกษตรกรโดยรวมกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาสที่ 6.6% ขณะที่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.7% ส่วนอัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.96% และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2569 มีมูลค่า 12.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 66.9% ของจีดีพี



