เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมติดตามการดำเนินโครงการทางถนน ครั้งที่ 1/2569 เพื่อเร่งรัด และติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญด้านโครงข่ายทางถนนให้เป็นไปตามแผน สามารถเปิดให้บริการ และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับโครงการทางถนนตามแผนดำเนินงานปี 2570 มี 50 โครงการ แบ่งเป็น โครงการต่อเนื่อง 40 โครงการ และโครงการใหม่ 10 โครงการ ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดโครงการที่มีผลต่อการเดินทาง และระบบเศรษฐกิจโดยตรง

ได้แก่ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน – นครราชสีมา ซึ่งมีแผนทดลองเปิดให้บริการฟรีช่วงบางปะอิน – ปากช่อง ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน เม.ย. 2570 ส่วนโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว อยู่ระหว่างดำเนินงานโยธาช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ขณะที่ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัยเปิดทดลองให้บริการโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง และมีแผนเปิดทดลองให้บริการฟรีตลอดเส้นทางตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป

สำหรับโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก มีแผนเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ย. 2570 นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 (M81) สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัด Market Sounding และทบทวนหลักการของโครงการ พร้อมปรับปรุงเอกสารคัดเลือกเอกชน (RFP) โดยได้จัดเตรียมห้องน้ำ และที่จอดรถชั่วคราวไว้บริการในพื้นที่ที่พักริมทางทุกแห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนระหว่างดำเนินโครงการ

พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าโครงการสำคัญอีก 9 โครงการ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก หรือ N2 เดิม ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา มีแผนก่อสร้างระหว่างปี 2570 – 2573 และเปิดให้บริการในเดือน มิ.ย. 2573 โครงการบริหารระบบไฟฟ้าแสงสว่างในเส้นทางรอง และเปลี่ยนโคมไฟถนนเป็น LED คาดว่าจะติดตั้งโคมไฟ LED ใหม่ 29,000 ดวง และเปลี่ยนโคมเดิมอีก 7,900 ดวงภายในปี 2570 เพื่อประหยัดพลังงานและสนับสนุนการพัฒนาทางหลวงอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการ M5 ส่วนต่อขยายช่วงรังสิต – บางปะอิน และโครงการ M9 ทางยกระดับช่วงบางขุนเทียน – บางบัวทอง อยู่ระหว่างคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาร่างเอกสารคัดเลือกเอกชน (RFP)

สำหรับโครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับบรมราชชนนี (ทล.338) ได้ลงนามสัญญางานโยธาครบทั้ง 6 สัญญาแล้ว อยู่ระหว่างรอการสั่งเริ่มปฏิบัติงาน โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ขณะที่โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้ – ป่าตอง อยู่ระหว่างการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน มีความก้าวหน้า 99.43% ส่วนโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ อยู่ระหว่างดำเนินงานตามขั้นตอนของโครงการ ขณะที่โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา – พัทลุง อยู่ระหว่างการลงนามสัญญาก่อสร้าง และโครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ – ถนนลำลูกกา มีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2571

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการติดตาม และเร่งรัดการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยจะบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามความก้าวหน้า และเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน มุ่งพัฒนาโครงข่ายทางถนนให้มีความเชื่อมโยง ครอบคลุม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางและการขนส่ง ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน