กรณีที่เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพบเด็กชายยืนเกาะท้ายรถขนส่งน้ำแข็ง ขณะปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจสภาพการจราจร บริเวณแยกประตูเมืองสกลนคร เขตเทศบาลนครสกลนคร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสังเกตเห็นจึงเข้าไปตรวจสอบ และเข้าช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งทราบภายหลังว่าเด็กชายคนดังกล่าวอายุเพียง 2 ขวบ ยืนเกาะที่ท้ายรถมาไกลเป็นระยะทางกว่า 10 กม. โดยที่คนขับรถไม่ทราบว่ามีเด็กอยู่ท้ายรถ เล่าว่าจอดครั้งล่าสุดที่บริเวณตำบลเชียงเครือ ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับเทศบาลตำบลเชียงเครือซึ่งเป็นพื้นที่ที่เด็กอาศัยอยู่มารับตัวไปส่งให้กับมารดาแล้ว

ระทึกกลางเมือง! ตร.ตาดี ช่วยเด็กเกาะท้ายรถน้ำแข็ง วิ่งไกลกว่า 10 กิโลฯ ปลอดภัยรอดหวิว

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายประเวช ไชยฮาด นายกเทศมนตรีตำบลเชียงเครือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปยังบ้านแม่ของเด็กชาย ซึ่งมีแม่และเด็กชายวัย 2 ขวบ อาศัยอยู่ตามลำพังเพียงสองคน โดยบ้านของแม่และเด็กอยู่กลางทุ่งนา ห่างจากหมู่บ้านไปประมาณ 3 กิโลเมตร พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต หมู่ 1 ต.เชียงเครือ อ.เมืองสกลนคร ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อที่จะไปพูดคุยเรื่องที่จะนำเด็กชายวัย 2 ขวบไปให้ พม.สกลนครดูแล แต่ว่าแม่ไม่ยินยอมให้ เพราะต้องการอยู่กับลูก แล้วก็เดินกลับเข้าบ้านไป

นายประเวช เปิดเผยว่า เด็กชายที่เกาะหลังรถน้ำแข็งไป อายุ 2 ขวบ ซึ่งเป็นเด็กที่เกิดในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลเชียงเครือได้มีการดูแลความเป็นอยู่อยู่ตลอด โดยประสานกับพมจ.สกลนคร และบ้านพักเด็กฯ เพราะครอบครัวของเด็กอยู่ในกลุ่มเปราะบาง จึงมีการดูแลอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันเด็กชายวัย 2 ขวบ อาศัยอยู่กับแม่สองคน

สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานมาว่ามีเด็กเกาะท้ายรถน้ำแข็ง ซึ่งไปจากพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านเชียงเครือ เมื่อเห็นรูปถ่ายจึงทราบว่าเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบคนดังกล่าว จึงให้เจ้าหน้าที่ของกองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลเชียงเครือไปรับตัวมา เพื่อนำไปส่งให้กับแม่เด็ก เมื่อติดต่อไปยังแม่ ก็ทราบว่าแม่ก็กำลังตามหาลูกอยู่เช่นกัน โดยทางเทศบาลเชียงเครือได้ให้ความช่วยเหลือเด็กอยู่ตลอด แม่ของเด็กก็นำผักที่ปลูกเข้ามาขายที่เทศบาลฯ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้คนในเทศบาลฯ เจอเด็กเป็นประจำ คนที่พบเห็นได้มีการช่วยให้ความช่วยเหลือทั้งอาหารและเงิน รวมถึงซื้อผักที่แม่เด็กเอามาขาย โดยคาดว่าเด็กอาจเกาะรถจากจุดที่แม่ไปเก็บผักบุ้ง ที่ริมหนองหาร แถวบริเวณวัดพระพุทธไสยาราม บ้านเชียงเครือ เนื่องจากทราบว่า คนขับรถน้ำแข็งได้จอดรถเก็บผักบริเวณนั้นเช่นกัน เด็กอาจขึ้นเกาะรถตอนที่กำลังเก็บผักอยู่ใกล้เคียงกันก็เป็นได้ ซึ่งเป็นระยะทางร่วม 10 กม. ที่ต้องลัดเลาะตามหมู่บ้านริมฝั่งหนองหาร ออกสู่ถนนใหญ่ที่บ้านดอนเสาธง ออกถนนใหญ่ จนถึงจุดที่ตำรวจพบดังกล่าว

สำหรับบ้านพักที่อยู่อาศัยของเด็กและแม่ ทางเทศบาลตำบลเชียงเครือ ผู้บริหารสมาชิกสภา กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมระดมทุนกันสร้างบ้าน โดยที่เป็นที่ของพ่อบุญธรรมของแม่เด็ก ส่วนไฟฟ้าได้จัดซื้อระบบพลังงานโซลาร์เซลล์ให้ใช้ภายในบ้าน และที่ห้องน้ำ ทางแม่เด็กเองก็ได้รับเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือจากเทศบาลฯ เดือนละ 600 บาท โดยในเบื้องต้นได้ประสานกับบ้านพักเด็กฯ ว่าหากแม่ของเด็กไม่ดูแล ก็จะได้นำไปส่งที่ศูนย์ศึกษาสงเคราะห์เพื่อให้ได้รับการศึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพาเด็กชายวัย 2 ขวบ ส่งบ้านพักเด็กฯ หลายครั้งแล้ว แต่แม่ก็จะไปนั่งเฝ้า เพราะไม่อยากให้ไปอยู่ที่บ้านพักเด็ก แต่ยินยอมให้ไปเข้าเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเชียงเครือ ต่อมาแม่ของเด็กบอกว่าเด็กไม่มีผ้าห่มและที่นอน ทางเทศบาลฯ ก็ได้จัดซื้อผ้าห่ม ที่นอน กระเป๋า รองเท้าให้ แต่ไปส่งเรียนประมาณ 2-3 ครั้งก็ไม่ได้ไปอีกเลย

ทางด้าน พ.ต.อ.อภิรักษ์ สีหารักษา ผกก.เมืองสกลนคร กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกคนขับรถน้ำแข็ง มาทำการสอบสวนว่าเด็กขึ้นมาอย่างไร ทราบว่าทางคนขับรถไม่รู้ว่ามีเด็กยืนเกาะมาที่ท้ายรถ ซึ่งรถขนน้ำแข็งเป็นรถทึบไม่สามารถที่จะมองเห็นว่ามีอะไรอยู่หลังรถได้ ทางคนขับรถเล่าว่าหากทราบว่ามีเด็กอยู่ท้ายรถคงจะไม่ให้ขึ้นมาเป็นระยะทางไกลกว่า 10 กิโลเมตร จึงได้ตักเตือนคนขับรถให้ตรวจสอบบริเวณรอบตัวรถ ก่อนขับรถออกไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก จึงยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เพราะยังไม่มีการกระทำผิดตามข้อกฎหมายใด