เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69  ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 70 สภาผู้แทนราษฎร มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ.ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณของกรุงเทพมหานคร (กทม.) วงเงิน 28,953 ล้านบาท และเมืองพัทยา 2,300 ล้านบาท

โดย กมธ.หลายคนสอบถามถึงแนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การจราจรใน กทม. อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ.พรรคประชาชน (ปชน.) สอบถามถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมใน กทม.มีมากมายหลายโครงการ แต่มีความล่าช้า และเป็นรูปแบบซ้ำๆ กัน เช่น โครงการอุโมงค์ระบายน้ำต่างๆ ขณะที่นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ กมธ. พรรค ปชน. สอบถามถึง ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่กำหนดไว้ 17-45 บาทตลอดทาง เป็นข้อสรุปที่ตรงกันทุกหน่วยงานหรือยัง และมีการวางระบบช่วงรอยต่อ ข้ามสายเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ และเรื่อง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ที่จะเริ่มดำเนินการ วันที่ 1 ม.ค. 2570 กทม.มีการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ส่วนกรณีการเตรียมซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว อยากทราบว่า กทม.จะทำอยู่หรือไม่ ทำไมต้องทำ จะซื้อคืนราคาเท่าไร เพราะสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะหมดในปี 2572 ไม่อยากให้ถูกมอง กทม.เอื้อประโยชน์นายทุน เพราะใกล้หมดสัมปทานแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอุ้มใคร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ชี้แจงในประเด็น เรื่องราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ซึ่งถือว่าดีมาก ถ้าทำได้ ถือเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับ กทม. เพราะ กทม.ดูแลแค่สายสีเขียวและสายสีทอง ขณะที่การซื้อคืนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวคืนจากเอกชน ยืนยันไม่มีการซื้อคืน ที่ผ่านมามีเพียงมติ ครม.ให้ กทม.โอนหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดูแล เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไปกับ รฟม.ว่า จะดำเนินการตามมติ ครม.อย่างไรต่อไป

“แต่ยืนยันว่า แม้จะมีการซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการล้างคดี เรื่องโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ใน ป.ป.ช. เรื่องคดีความต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด” นายชัชชาติ กล่าว