นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวต้อนรับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา และร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม การกำกับดูแลโรงงานและสถานประกอบการ ตลอดจนปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายเอกชัย เรืองรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก ประธานคณะทำงานศึกษาและติดตามการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนางพัชรี ศาลาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี นางสาวศิริลักษณ์ วิศวรุ่งโรจน์ อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา คณะกรรมาธิการฯ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
โดยการลงพื้นที่และประชุมครั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรงงานและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรม พร้อมรับฟังข้อมูลด้านการกำกับดูแลโรงงาน ปัญหาการจัดการของเสีย และข้อร้องเรียนจากประชาชน โดยในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของสถานประกอบการที่มีข้อร้องเรียนในพื้นที่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม และตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว ทั้งในประเด็นการประกอบกิจการภายในโรงงาน การบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม การจัดการวัตถุดิบ ตลอดจนมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากนั้น ในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการฯ ได้ประชุมหารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์และข้อเท็จจริงในการลักลอบขนย้ายกากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมที่อาจมีสารปนเปื้อน เศษสายไฟบด และของเสียอันตรายจากพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านจังหวัดปราจีนบุรีไปยังจังหวัดสระแก้ว รวมถึงเส้นทางการขนย้าย การสำแดงสิ่งของนำเข้าในตู้คอนเทนเนอร์ การตรวจสอบแหล่งกำเนิดกากอุตสาหกรรม ตลอดจนผู้ประกอบการหรือจุดที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางการกำกับดูแลโรงงานต้นทาง การควบคุมและตรวจสอบโรงงานที่รับเก็บ คัดแยก หรือดำเนินการกับกากอุตสาหกรรม การตรวจสอบการครอบครองและการเก็บรักษา รวมถึงระบบรายงานและติดตามการเคลื่อนย้ายสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ตลอดจนแนวทางดำเนินการเมื่อพบโรงงานไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต อีกประเด็นสำคัญ คือการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดี พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ

ซึ่งที่ประชุมยังติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากองค์การสุรา กรมสรรพสามิต อำเภอบางคล้า ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เก็บตัวอย่างน้ำและดินเพื่อตรวจสอบสารปนเปื้อน พร้อมดำเนินการแก้ไขจนค่าตรวจวัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งกำหนดแนวทางบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และเตรียมปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย โดยที่ประชุมเสนอให้ตรวจสอบและปรับปรุงรางระบายน้ำภายในโรงงาน เพื่อป้องกันสารเคมีและน้ำเสียจากกระบวนการผลิตไหลปนเปื้อนสู่ภายนอก
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำเสนอปัญหาและผลกระทบจากกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ และคุณภาพอากาศ พร้อมสะท้อนข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน และเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้าวัสดุ เช่น พลาสติกและสายไฟ เพื่อป้องกันการสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รวมถึงการทบทวนกฎหมายและข้อบังคับ เพื่อให้หน่วยงานในระดับพื้นที่มีอำนาจในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเสนอให้เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์หรือกลไกที่เหมาะสม เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริง ปัญหา และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านน้ำ อากาศ และมลภาวะในพื้นที่ ให้หน่วยงานส่วนกลางและผู้มีอำนาจนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการประกอบกิจการโรงงานอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การประชุมและลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานภาครัฐ และจังหวัดในพื้นที่ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม ป้องกันการลักลอบขนย้ายและทิ้งกากอุตสาหกรรม ตลอดจนเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้การพัฒนาเดินหน้าไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน



