ดิบ บางกอก เปิดนิทรรศการใหม่ “ชีวิต ชีวา (Giving Life)” นำเสนอผลงานกว่า 160 ชิ้นจากศิลปินไทยและนานาชาติ 33 คน โดยมีผลงานชิ้นสำคัญที่หาชมได้ยากของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ศิลปินผู้พลิกโฉมประติมากรรมแห่งศตวรรษที่ 20 เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของนิทรรศการ

ดิบ บางกอก คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติแห่งแรกของไทย ดำเนินงานในฐานะองค์กรไม่แสวงผลกำไร ด้วยพันธกิจในการเชื่อมโยงวงการศิลปะไทยเข้ากับบทสนทนาศิลปะระดับโลก พร้อมเป็นพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้หยุดคิด ใคร่ครวญ และเชื่อมโยงกับศิลปะ เช่นเดียวกับบทบาทของ Museum of Modern Art (MoMA) ในนครนิวยอร์ก และ Tate Modern ในกรุงลอนดอน

หลังจากเปิดประตูต้อนรับผู้ชมได้เพียง 8 เดือน ดิบ บางกอก ก็ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก จนขึ้นชื่อว่าเป็นแลนด์มาร์กด้านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน TIME’s World’s Greatest Place 2026 หนึ่งในจุดหมายระดับโลกที่ไม่ควรพลาด ขณะที่นิตยสาร Monocle สื่อนานาชาติชั้นนำด้านธุรกิจการออกแบบและวัฒนธรรม ยังกล่าวถึงในฐานะแลนด์มาร์กทางสถาปัตยกรรม พร้อมนิยาม ดิบ บางกอก ว่าเป็น Thailand’s answer to New York’s MoMA ส่วน South China Morning Post ยกให้ ดิบ บางกอก เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดในไทย รวมถึงยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น Finalist ในรางวัล Cathay Member’s Choice Award 2026 สาขา Asia’s Best New Attraction ของสายการบินระดับโลกอย่าง คาเธย์ แปซิฟิก

หลังจากที่ใช้เวลาปิดเพื่อเตรียมงานสำหรับนิทรรศการครั้งใหม่ ดิบ บางกอก กำลังเตรียมมอบ ชีวิต ชีวา Give Life สู่ผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ด้วยแนวคิดที่ต้องการสื่อถึงการขับเคลื่อน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผ่านงานประติมากรรมระดับโลกของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ศิลปินชาวอเมริกัน อดีตนักศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกล ผู้พลิกแนวคิดของประติมากรรมจากวัตถุที่หยุดนิ่งสู่ผลงานที่เคลื่อนไหวได้ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของศิลปะแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งนิทรรศการครั้งใหม่ของ ดิบ บางกอก ยังจัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปครบ 50 ปีของศิลปินท่านนี้อีกด้วย

ผลงานของคาลเดอร์เป็นที่รู้จัก และสะสมในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกซึ่งคนรักศิลปะจำเป็นจะต้องบินไปเยี่ยมชมในต่างประเทศ เช่น The Museum of Modern Art (MoMA), Guggenheim Museum, The Metropolitan Museum of Art (The Met) นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา, Centre Pompidou กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หรือ Tate Modern ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่ครั้งนี้ ดิบ บางกอก จะนำมาให้ชมได้ในประเทศไทยโดยไม่ต้องบินไปไกล

งานของคาลเดอร์จะจัดแสดงร่วมกับศิลปินอีก 32 ท่าน เช่น อิซุมิ กาโตะ, เคทลิน คีโอห์, ตวน แอนดรูว์ เหงียน, โทเบียส เรห์แบร์เกอร์, เซซิเลีย บีกุญญา, เมเรียม เบนนานี และ ยูกิโนริ ยานากิ ส่วนศิลปินไทยได้แก่ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, สุธี คุณาวิชยานนท์ และ วสันต์ สิทธิเขตต์ ผู้โดดเด่นในฐานะศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคมของไทย

ดร. มิวาโกะ เทสุกะ ผู้อำนวยการ ดิบ บางกอก ยังเน้นแนวทางการทำงานของ ดิบ บางกอก ผ่านแนวคิดเบื้องหลังนิทรรศการใหม่ว่า “ที่ ดิบ บางกอก ผู้ชมไม่ได้มาแค่เพื่อชมศิลปะเท่านั้น แต่เราอยากเชิญให้ผู้ชมมาศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์ของไทยเพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ศิลปะของโลก นิทรรศการ ชีวิต ชีวา Giving Life จะพาผู้ชมย้อนกลับไปมองพัฒนาการของศิลปะร่วมสมัยและจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการศิลปะไทยในทศวรรษ 1970 (ช่วงพ.ศ. 2513-2523) ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการจัดแสดงงานของคาลเดอร์ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัยที่มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น”

อารียนา ชัยวาระนนท์ ภัณฑารักษ์ของ ดิบ บางกอก และของนิทรรศการ กล่าวว่า “ศิลปินคือผู้ที่มอบชีวิตให้สรรพสิ่งจนออกมาเป็นงานศิลปะ พวกเขานำวัสดุรอบตัวมาดัดแปลงให้เข้ากับแนวคิดที่เชื่อมโยงชีวิตของผู้คนผ่านยุคสมัย ยิ่งในยุคสมัยที่การกำหนดเส้นทางชีวิตตัวเองเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้น เราขับเคลื่อนตัวเองตลอดเวลา ทั้งจากการทำงาน การแสดงออก และการดำรงชีวิต ผลงานเหล่านี้จึงสะท้อนประสบการณ์อันซับซ้อนในชีวิตเราว่า ธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิตคือ ‘การเปลี่ยนแปลง’”

ขณะที่ ภูรัตน์ “แฌง” โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ดิบ บางกอก กล่าวว่า “ดิบ บางกอก คือสถาบันที่มีชีวิต เติบโตไปพร้อมกับคอลเลกชัน ผู้ชม และบริบททางวัฒนธรรมรอบตัว นิทรรศการ ชีวิต ชีวา Giving Life คือก้าวใหม่ของการเดินทางนั้น ผมเชื่อว่ากรุงเทพฯ ควรมีพิพิธภัณฑ์ที่สามารถพูดคุยกับโลกในมาตรฐานเดียวกับเมืองศิลปะชั้นนำ โดยยังสะท้อนมุมมองของประเทศไทยอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นคือเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ผมทำงานด้านการศึกษาและการลงทุนระยะยาวมาโดยตลอด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างคือการลงทุนในคน เราหวังว่าสิ่งที่ภาคธุรกิจสร้างขึ้นจะกลับมาสร้างโอกาสให้สังคม ผ่านศิลปะ การศึกษา และการพัฒนาสถาบันที่อยู่ต่อไปได้อีกหลายรุ่น”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในบทแรกของ ดิบ บางกอก “Dib Membership”

ดิบ บางกอก ไม่ใช่พื้นที่ๆ มีไว้สำหรับจัดแสดงงานศิลปะเพียงอย่างเดียว แต่คือสถาบันที่ต้องอาศัยผู้คนในการเติบโตไปด้วยกัน เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่เติบโตขึ้นจากพลังของผู้อุปถัมภ์รุ่นก่อตั้ง ในประเทศไทย ซึ่งวัฒนธรรมการอุปถัมภ์ด้านศิลปะยังอยู่ในช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ดิบ บางกอก จึงอยากเปิดรับผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแรกผ่าน Dib Membership เพื่อร่วมสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ โปรแกรมการศึกษา และการสร้างโอกาสให้ศิลปินไทยและศิลปินในภูมิภาค การเป็นสมาชิกในช่วงแรกนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรับสิทธิประโยชน์ แต่คือการร่วมเขียนบทแรกของสถาบันศิลปะที่จะอยู่คู่กรุงเทพฯ ไปอีกหลายรุ่น

สมาชิกจะได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องก่อนใคร ตั้งแต่ การเข้าชมเบื้องหลังการทำงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟ การเข้าชมงานก่อนเปิด การแสดงสด ภาพยนตร์ เวิร์กช้อป และสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทุกคนได้ร่วมสนับสนุนเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้

ติดต่อเพื่อสมัครสมาชิกได้ที่อีเมล [email protected]

นิทรรศการ ชีวิต ชีวา Giving Life จัดแสดงที่ ดิบ บางกอก ระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570 เปิดให้จองบัตรล่วงหน้าวันที่ 1 กันยายน 2569

ดิบ บางกอก
เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี–วันจันทร์ เวลา 10:00-19:00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ)
บัตรเข้าชม: บัตรทั่วไป 700 บาท 550 บาทสำหรับคนไทย บัตรนักศึกษา 250 บาท บัตรนักเรียน 150 บาท สำรองบัตรเข้าชมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.dibbangkok.org