เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลียในการยกระดับความร่วมมือทางศุลกากรของทั้งสองประเทศมุ่งเน้นการบูรณาการในสองด้านหลักคือการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยในส่วนของการอำนวยความสะดวกนั้น ทั้งไทยและออสเตรเลียมีการใช้ความตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Agreement) “MRA” สำหรับผู้ประกอบการระดับมาตรฐานเออีโอ หรือ Trusted Traders ซึ่งเป็นระบบการรับรองมาตรฐานสากลจากกรมศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในห่วงโซ่อุปทานการค้าระหว่างประเทศเพื่อลดขั้นตอนตรวจสอบที่ซ้ำซ้อนและช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้าทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดทั้งระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งสินค้า

ขณะเดียวกันด้านการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายศุลกากรไทยได้ร่วมกับกองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ในการเฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะเฮโรอีน รวมถึงปัญหาบุหรี่หนีภาษีที่มีส่วนต่างกำไรสูง โดยใช้ยุทธวิธีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงลึกและการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Management) เพื่อกำหนดเที่ยวบินเป้าหมายอย่างแม่นยำแทนการสุ่มตรวจทั้งหมด เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำหนดการเดินทางของเรือหรือเครื่องบิน

นอกจากนี้ยังมีความสำเร็จของหน่วยปฏิบัติการสุนัขดมกลิ่น (K-9) ที่ออสเตรเลียสนับสนุนทั้งตัวสุนัขและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาความสำเร็จนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้มากกว่า 1,200 กิโลกรัม ในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณนี้

ขณะที่ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลียในช่วงเดือนมกราคม ถึงกรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวม 448,774.90 ล้านบาท ขยายตัว 39.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าสูงถึง 140,285.48 ล้านบาท จากมูลค่าการส่งออก 294,530.19 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้น 35.48% และมูลค่าการนำเข้า 154,244.71 ล้านบาท ที่เพิ่มขึ้น 46.41%

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตสำคัญคือการขยายตัวของการส่งออกไปออสเตรเลียนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการค้าทองคำที่มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 64,105.93 ล้านบาท เพื่อนำทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% จากไทยไปแปรรูปเป็นทองคำแท่งมาตรฐานสากล 99.99% หรือมาตรฐาน LBMA ในออสเตรเลียเพื่อการลงทุน หากหักปัจจัยเรื่องทองคำออกไป การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเดิมจะขยายตัวเพียง 3.0% เท่านั้น เนื่องจากสินค้าหลักอย่างรถยนต์นั่งมีมูลค่าส่งออกลดลง ขณะที่รถกระบะและเครื่องปรับอากาศยังคงอยู่ในระดับที่ทรงตัว

สำหรับตลาดนิวซีแลนด์ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าออสเตรเลียประมาณ 8.4 เท่า ไทยยังคงเป็นฝ่ายเกินดุล 14,365.42 ล้านบาท จากมูลค่าการค้ารวม 53,621.51 ล้านบาท ทำให้ดุลการค้ารวมจากทั้งสองตลาดสูงถึง 154,650.90 ล้านบาท