เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ZenaTech แจ้งว่าบริษัทลูก ZenaDrone ได้เริ่มทดสอบการบินของแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ออกแบบและผลิตเองที่บริษัทลูกในไต้หวัน Spider Vision Sensors (SVS) ก่อนส่งไปประกอบและทดสอบที่โรงงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยติดตั้งในโดรนรุ่น ZenaDrone 1000 และ IQ Nano บริษัทระบุว่าขั้นตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ผนวกห่วงโซ่อุปทานเข้าไว้ในองค์กร เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตจากจีน สอดคล้องกับข้อกำหนด NDAA และการรับรอง Blue UAS ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการจัดซื้อโดยตรงจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ดร. ชอน แพสลีย์ (Shaun Passley) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ZenaTech กล่าวว่า การทดสอบแผงวงจรที่ผลิตเองเป็นเครื่องพิสูจน์กลยุทธ์การผนวกห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ซึ่งช่วยควบคุมต้นทุน คุณภาพ และกรอบเวลาสู่การรับรอง Blue UAS ได้ดีขึ้น ปัจจุบัน ZenaDrone มีโดรนสี่รุ่นที่อยู่ระหว่างขอการรับรองดังกล่าว

อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ZenaTech ประกาศขยายความสามารถของซอฟต์แวร์ ZenaWorx ซึ่งใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์ไลดาร์บนโดรนติดตามความคืบหน้างานก่อสร้าง ให้ครอบคลุมการสร้างแบบจำลองภูมิประเทศดิจิทัล (Digital Terrain Modeling) เพิ่มเติมจากเดิมที่เน้นติดตามความคืบหน้าโครงสร้างอาคาร พร้อมประกาศว่าบริษัทได้ลงนามกับลูกค้าที่จ่ายเงินจริงรายแรกสำหรับโครงการก่อสร้างในตลาดศูนย์ข้อมูล AI

ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยวัดปริมาณดินขุดและถมอย่างแม่นยำ ตรวจสอบการปรับระดับพื้นที่ และติดตามระบบระบายน้ำ ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญในขั้นตอนงานดินของโครงการศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ ดร. แพสลีย์ กล่าวว่าตลาดก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI เป็นหนึ่งในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และมองว่านี่เป็นโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดวงจรโครงการ

ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด MarkWide Research ตลาดแบบจำลองระดับความสูงดิจิทัลทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 10.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 11.4%

ZenaTech ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทลูกด้านการผลิตโดรน ZenaDrone ธุรกิจ Drone as a Service ระดับโลก และหน่วยธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ครอบคลุมพื้นที่อเมริกาเหนือ ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์หลักของ ZenaTech