จากนั้นสถานการณ์ไล่ลงมาถึง จ.น่าน โดยเฉพาะ อ.ปัว ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ในช่วงกลางคืนวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา มวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง รถยนต์และทรัพย์สินบางส่วนถูกน้ำท่วม ขณะที่อุปกรณ์และผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ประชาชนในพื้นที่ยังต้องการความช่วยเหลือและการฟื้นฟูหลังน้ำลด

ล่าสุดมวลน้ำได้ไหลลงสู่พื้นที่ อ.เมืองน่าน ส่งผลให้พื้นที่บางส่วน โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจและพื้นที่สำคัญได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว รวมถึงบริเวณวัดภูมินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทางจังหวัดแพร่ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรองรับมวลน้ำที่กำลังไหลลงมา พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สิน และเครื่องใช้จำเป็นขึ้นไว้ในที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องจับตาเส้นทางการไหลของมวลน้ำจาก จ.น่าน ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง โดยเฉพาะ จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ตามลำดับ จึงมีการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง เนื่องจากหากยังมีฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ อาจทำให้มีมวลน้ำเพิ่มเติมไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือต่อไป



