เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) รองประธานคณะกรรมาธิการฯ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กรรมาธิการฯ และคณะ ลงพื้นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหารือแนวทางความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมให้ข้อมูล
นายอาสพลธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การหารือครั้งนี้ได้พูดคุยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น และปัญหานอมินีซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ โดยต้องการนำข้อมูลจากดีเอสไอ ไปสนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ
สำหรับคดีโกงสอบท้องถิ่น นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ดีเอสไอเกี่ยวข้อง 2 ส่วน คือ ส่งเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 คน เป็นที่ปรึกษาคณะทำงานของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในคดีหลัก และอีกส่วนคือการลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อสอบผู้ต้องหาและผู้เสียหายเพิ่มเติมใน 19 คดี ที่ประชุมยังได้รับข้อมูลว่า ปัญหาอาจไม่ได้เกิดเฉพาะศรีสะเกษ ที่ขอนแก่นก็มี กมธ.ป.ป.ช. มีมติขอข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ทั่วประเทศมีคดีผู้เสียหายจ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่านและเข้าแจ้งความข้อหาฉ้อโกงที่ใดบ้าง โดยให้ส่งข้อมูลภายใน 15 วัน

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียหายที่จ่ายเงินให้นายหน้านั้น ทางดีเอสไอ ระบุว่า สามารถร้องเรียนได้หลายช่องทาง รวมถึงยื่นเรื่องด้วยตนเอง ช่องทางออนไลน์ ไปรษณีย์ และสายด่วน 1202 ขณะที่ความกังวลเรื่องการถูกดำเนินคดีฐานให้สินบน นายอาสพลธ์ ระบุว่า หากเป็นกรณีจ่ายเงินให้นายหน้าที่ไม่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการจัดสอบหรือการบรรจุ ผู้จ่ายอาจถือเป็นผู้เสียหายตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา และดีเอสไอจะพิจารณาว่าคดีเชื่อมโยงกับคดีใหญ่หรือเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน
สำหรับกรณีมีการพาดพิงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอใน จ.ศรีสะเกษ ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริต อธิบดีดีเอสไอได้รับทราบแล้ว และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวถึงและบุคคลแวดล้อม หากพบความผิดจะดำเนินการตามขั้นตอน
ส่วนข้อสังเกตของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ว่า อาจมีบุคคลใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการแทรกแซงมหาวิทยาลัยจัดสอบนั้น นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ทางดีเอสไอได้ให้ข้อมูลว่า ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นเกิดมานาน และนายหน้ามีเครือข่ายกับหลายมหาวิทยาลัย จึงไม่ควรเหมารวมว่ามหาวิทยาลัยใดมีหรือไม่มีการทุจริต
ในขณะที่กรณีพาดพิงบุคคลทางการเมือง 3 คน นั้น ทางดีเอสไอเห็นว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข่าวและไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงเสนอให้ทางดีเอสไอและ ป.ป.ช. เชิญ นายรังสิมันต์ มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หากมีข้อมูลอะไรในเชิงลึกก็จะเป็นเรื่องที่ดี หากพูดออกมาเฉยๆ ตามข่าวที่ออกมาก็คงไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกพาดพิง



