สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 11 ราย รวมถึงเทสลา และเสียวหมี่ เปิดตัวมาตรการเรียกคืนรถยนต์และปรับปรุงซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ที่สุดของจีน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบเปิดประตูฉุกเฉินในรถอีวี
มาตรการส่วนใหญ่เป็นการเรียกคืนรถตามกฎหมายจีน เนื่องจากพบว่า มือเปิดประตูแบบกลไกสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน อาจค้นหาได้ยากหรือใช้งานไม่สะดวกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
บริษัทผลิตรถยนต์ 9 ราย รวมถึงเทสลาและเสียวหมี่ จะติดตั้งป้ายเตือนเพื่อระบุตำแหน่งมือเปิดประตูฉุกเฉินโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะปรับปรุงซอฟต์แวร์ผ่านระบบออนไลน์ หรือโอทีเอด้วย
China launches biggest ever auto recall campaign over door handle safety https://t.co/BkNtYWGDCF https://t.co/BkNtYWGDCF
— Reuters (@Reuters) August 21, 2026
ทั้งนี้ เทสลาเตรียมเรียกคืนรถยนต์รุ่นโมเดล 3 โมเดล วาย โมเดล เอส และโมเดล เอ็กซ์ ที่ผลิตในจีนและนำเข้าจำนวนราว 2.98 ล้านคัน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. นี้
แถลงการณ์ของเทสลาระบุว่า มือเปิดประตูฉุกเฉินแบบกลไกอาจสังเกตได้ยากหลังเกิดการชนรุนแรงและระบบไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการหลบหนีของผู้โดยสารหรือการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
มาตรการแก้ไขของเทสลารวมถึงการติดตั้งป้ายเตือน และการอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อให้กระจกรถลดระดับลงโดยอัตโนมัติหลังเกิดการชน
ขณะที่อีกอย่างน้อย 6 แบรนด์ รวมถึงเทสลา เสียวหมี่ หลิงพาวเวอร์ เอ็กซ์เผิง ซีเคอร์ และลิงค์ แอนด์ โค ต่างประกาศเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ของแต่ละบริษัทในวันเดียวกัน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลจีนเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และเตรียมบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
นอกจากนี้ จีนเตรียมบังคับใช้กฎหมาย ห้ามใช้มือเปิดประตูรถยนต์แบบซ่อนหรือแบบแนบเนียนกับรถอีวีตั้งแต่ปี 2570 ซึ่งจะทำให้จีนเป็นประเทศแรกของโลกที่ทยอยยกเลิกการออกแบบดังกล่าว ซึ่งได้รับความนิยมจากเทสลาและผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนจำนวนมาก
การออกแบบดังกล่าวซึ่งสามารถเปิดประตูผ่านกุญแจรีโมต สมาร์ตโฟน หรือระบบกด เป็นที่จับตาจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในจีนและสหรัฐ เนื่องจากกังวลว่า อาจใช้งานได้ยากในสถานการณ์ฉุกเฉิน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



