เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ที่ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference

โดยประเด็นสำคัญในการประชุมคือการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ อ.ปัว ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก นายยศชนัน ได้เสนอให้นำแนวทางการระดมกำลังทหารเข้าช่วยเหลือแบบเดียวกับพื้นที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย มาปรับใช้ เนื่องจากในพื้นที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่มาก และไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเรือนได้ด้วยตนเอง ในที่ประชุม นายยศชนัน ได้ต่อโทรศัพท์สายตรงถึง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพื่อขอกำลังพลและเครื่องจักรหนักจากกรมการทหารช่าง เข้ามาสนับสนุนภารกิจด่วน

ด้านนายเจเศรษฐ์ กล่าวเสริมว่า เทศบาลเมืองปัวกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องจักรและกำลังคนอย่างมาก โดยเฉพาะในต.ศิลาแลง และวรนคร ที่ต้องการคนช่วยขนดินและยกของออกจากบ้านผู้สูงอายุ แม้ขณะนี้ ปภ. จะส่งเครื่องจักรเข้าไปแล้ว แต่ยังต้องการกำลังคนเพิ่ม เพื่อดันเป้าหมายการฟื้นฟูให้จบภายใน 7 วัน ซึ่งหากใช้กำลังเท่าที่มีในปัจจุบันอาจต้องลากยาวถึง 20-30 วัน

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นายชัยนรงค์ รายงานว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้จังหวัดน่านแล้วจำนวน 100 ล้านบาท ทางจังหวัดได้สั่งการให้นายก อบต. และเทศบาล เร่งกระจายแบบสำรวจผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ถึงมือประชาชน และต้องรวบรวมข้อมูลส่งกลับมายังจังหวัด ภายในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เพื่อให้นายอำเภอจัดทำแผน และดำเนินการจ่ายเงินให้ถึงมือประชาชนภายใน 3-5 วัน

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายยศชนัน กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ได้สั่งการให้เร่งติดตั้งสะพานแบริ่งทั้ง 2 จุดให้เสร็จภายใน 23 ส.ค.นี้ พร้อมเร่งฟื้นฟูเส้นทาง 137 และ 1256 รวมถึงทำความสะอาดผิวจราจรและติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย โดยกำชับให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทเตรียมเครื่องจักรให้พร้อม

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาวิกฤติทางน้ำบริเวณลำน้ำขว้างที่เชื่อมกับลำน้ำปัว ซึ่งกระแสน้ำได้เปลี่ยนทิศทางไหลทะลักผ่านบ้านเรือนประชาชน หากไม่อุดรอยรั่วนี้ น้ำจะยังคงท่วมขัง จึงได้เร่งประสานกรมชลประทานและดึงเครื่องจักรเอกชนเข้าอุดแนวคันน้ำ และขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อเร่งระบายน้ำออกโดยเร็ว

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานสถานการณ์ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ว่า น่านมีปริมาณฝนสะสมสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (136 มิลลิเมตร) ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ (เมืองน่าน, เวียงสา, ภูเพียง) รวม 6 ตำบล 35 หมู่บ้าน และล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไม่ทราบชื่อ ลอยตามแม่น้ำมาในพื้นที่อำเภอท่าวังผา

ทั้งนี้นายยศชนัน ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังฝนตกบนพื้นที่ภูเขาที่อาจทำให้เกิดน้ำหลากซ้ำ โดยต้องติดตามปริมาณฝน และแจ้งเตือนประชาชนอย่างใกล้ชิด แต่ต้องระมัดระวังการสื่อสารไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ต้องสร้างความตื่นตัวและพร้อมรับมือ พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งแบ่งโซนพื้นที่ จัดทำแผนฟื้นฟู และสรุปตัวเลขความต้องการเครื่องจักรและกำลังคนเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป