เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน และที่ปรึกษาประธานกมธ.พัฒนาการเมือง กล่าวถึงกรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นัดประชุม กสทช. 7 ครั้งในเดือนกันยายนนี้ ว่า นพ.สรณ ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แล้ว เนื่องจากกระบวนการในปัจจุบันได้เข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯไปแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างรอการโปรดเกล้าฯปลดพ้นตำแหน่งประธาน กสทช. มองว่าเรื่องนี้เป็นความดื้อส่วนบุคคล อาจเป็นลักษณะนิสัยเฉพาะตัวของบุคลิกวิชาชีพแพทย์ในไทย แต่สิ่งสำคัญที่ นพ.สรณ ควรตระหนักในฐานะผู้บริหารองค์กรสาธารณะคือการรู้จักเหตุรู้จักผล ตนเชื่อว่าจริงๆ แล้ว นพ.สรณ ก็พอจะทราบดีว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ถูกต้อง นพ.สรณ ต้องยืนให้ตัวตรง ยอมรับความเป็นจริง เพื่อให้ภาพลักษณ์และงานของ กสทช. เดินหน้าต่อไปได้โดยไร้ข้อกังขา

นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า การที่ นพ.สรณ  ยังดื้อดึงนัดประชุมต่อเนื่อง มองว่าอาจมีความพยายามนัดประชุมเพื่อลงนามอนุมัติโครงการงบประมาณ กองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการเพื่อสังคม หรือกองทุน USO หรือไม่ จากการลงรายละเอียดเชิงลึกพบว่า โครงการภายใต้กองทุน USO มีแนวโน้มที่จะต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลสูงถึงหลายหมื่นล้านบาท แต่กลับได้ผลลัพธ์ประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ และสุ่มเสี่ยงจะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนบางราย ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่สุด

นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า นพ.สรณ ไม่สมควรจะอนุมัติหรือลงนามโครงการใดๆ ในนามประธาน กสทช. อีก เนื่องจากคำโปรดเกล้าฯ อาจลงมาวันใดวันหนึ่งโดยไม่มีใครคาดเดาได้ล่วงหน้า และเมื่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชี้ชัดว่าสถานะของ นพ.สรณ เสมือนไม่ได้ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ต้น การลงนามอนุมัติงบประมาณผูกพันใดๆ ในช่วงนี้ ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่มีผลทางกฎหมายและสร้างปัญหาตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นพ.สุภัทร เคยออกมาระบุตอนหนึ่งว่า หรืองบ USO ฉบับ 4 วงเงิน 18,582 ล้านบาท คืออาจเป็นเหตุผลที่ นพ.สรณ ยังยื้อที่จะประชุมต่อให้ได้

ทั้งนี้ กสทช.มีเงินกองทุนหนึ่ง เรียกว่า กองทุน USO หรือ กองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการเพื่อสังคม เก็บเงินมาจากค่ายมือถือตามกฎหมาย มีเงินหลายหมื่นล้านอยู่ในกองทุน ทราบว่ากองทุน USO ฉบับที่4 ถูกนำเข้าพิจารณาในวาระเดือนสิงหาคม แต่ นพ.สรณ สะดุดขาตนเองเสียก่อน

นพ.สุภัทร ระบุว่า กองทุน USO 4 มีการจัดงบได้อย่างน่าตกใจ แบ่งเป็น 1.ให้กระทรวงมหาดไทย จัดอุปกรณ์ telemedicine รพ.สต.4,500 แห่ง ผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2.มูลนิธิ ConnectED งบประมาน 6,631 ล้านบาท ซึ่งใกล้ชิดค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ ซื้อคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียน 600 กว่าแห่ง และ 3.ให้กองทัพไปติดตั้งอินเทอร์เน็ตตามหมู่บ้านชายแดน  ให้การเคหะแห่งชาติ ไปติดตั้งอินเตอร์เน็ตในชุมชนให้ 512 แห่ง