มันใกล้ถึงเวลาที่ เราจะก้าวข้ามไปสู่ยุคที่ รถยนต์สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยเราเป็นเพียงผู้โดยสารเข้าไปทุกที และรถรุ่นนี้จะทำให้เราเห็นว่าอนาคตแห่งการขับเคลื่อนนั้นเป็นเช่นไร ชื่อของเขาก็คือ เสี่ยวเผิง หรือเอ็กซ์เผิง แอล 03 (Xpeng L03)
สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันเรื่องราวข่าวสารยานยนต์กับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย เรื่องราวของเราในวันนี้ก็คือ รถไฟฟ้ารุ่นใหม่จากประเทศจีน นั่นก็คือ เอ็กซ์เผิง แอล 03 (Xpeng L03) พรีเมี่ยมเอสยูวีสไตล์ท้ายลาด ที่มักเรียกกันว่า คูเป้เอสยูวี ที่มีขนาดกระทัดรัดโดยที่คู่แข่ง ที่มีพิกัดขนาดตัวไล่เลี่ยกันก็คือ ดีพอล เอส 05 (Deepal S05) และ จีเอซี ไอออน วี (GAC Aion V)
แน่นอนว่า ด้วยแบรนด์ Xpeng แล้ว พวกเขาวางตัวอยู่ในระดับพรีเมี่ยม ซึ่งจะสะท้อนออกมาในด้านราคาของตัวรถ โดยในปัจจุบันนั้นราคาคาดการณ์จะเริ่มที่ 899,000 ไปจบที่ราว 1,2xx,000 บาท โดยจะประกาศราคาในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 รุ่นก็คือ
รุ่นมาตรฐาน สแตนดาร์ด เรนจ์ พลัส (Standard range plus) ขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 222 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน แบตเตอรี่ LFP 400 โวลต์ ความจุ 58.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับระยะทาง 530 กิโลเมตร (NEDC) ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 7.5 วินาที ราคาคาดการณ์คือ 899,000 บาท
รุ่นลองเรนจ์ พลัส (Long range plus) ขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว 249 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน แบตเตอรี่ LFP 400 โวลต์ ความจุ 71.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับระยะทาง 600 กิโลเมตร (NEDC) ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 6.6 วินาที ราคาคาดการณ์คือ 9xx,000 บาท
และตัวท็อปคือ รุ่นลองเรนจ์ อัลตร้า (Long range plus) ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ไม่ต่างกับรุ่น “พลัส” แต่ รองรับระยะทางลดลงเหลือ 560 กิโลเมตร (NEDC) เพราะพลังงานถูกใช้ไปกับ ชิปประมวลผล ปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลังที่สุดตัวหนึ่งของโลกที่พัฒนาขึ้นโดย Xpeng เอง มีชื่อว่า ทัวริง เอไอ ชิป (Turing Ai Chip) โดยติดตั้งถึง 3 ตัวด้วยกัน ซึ่งราคาคาดการณ์คือ 1,2xx,000 บาท
ทัวริง เอไอ ชิป นี้ตั้งชื่อตามนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะชาวอังกฤษ “แอลัน ทัวริง” (Alan Turing) ผู้เป็นบิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยว่ากันว่า ชิป ที่ Xpeng พัฒนาขึ้นนี้มีความฉลาดเทียบเท่าสมองส่วนกลาง สามารถคิดและตัดสินใจแบบมนุษย์ ได้จบในตัวเดียว ไม่ต้องพึ่งพาการคำนวณบนระบบคลาวด์ (Cloud Computing) เหมือนชิปรุ่นก่อนหน้านี้ ลดปัญหาเรื่อง “ความหน่วง” และทำงานภายใต้พื้นที่อับสัญญานได้ เรียกว่า คิดและขับได้เองแบบมนุษย์
โดยความสามารถของมันก็คือ การทำงานโดยไม่ต้องพึ่งพาแผนที่ความละเอียดสูง หรือการพึ่งพาการสแกนด้วยเลเซอร์ (LiDAR) มันสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยตัวเองด้วยระบบกล้อง ช่วยให้เลี้ยว เบรค เปลี่ยนเลน เข้าโค้ง ได้กลมกลืน นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ โดยทำงานด้วยตนเองจบในตัว โดยชิปแต่ละตัวรองรับโมเดล เอไอ ขนาดใหญ่ถึง 3 หมื่นล้านพารามิเตอร์ได้ในตัวเอง (เทียบเท่ากับชิปชั้นนำอย่าง NVIDIA Orin-X ทำงานพร้อมกันถึง 3 ตัว) ทำให้ทำงานได้ไวขึ้นถึง 100 มิลลิวินาที และไม่ต้องพึ่งพาสัญญานอินเตอร์เน็ต โดยในรุ่น อัลตร้า จะใช้ชิปมากถึง 3 ตัว ซึ่งถือว่า รองรับการขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติระดับ 4 ได้ในอนาคต (Level 4 Autonomous) ( ระดับสี่ คือการขับอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้คนควบคุม ภายใต้พื้นที่ๆกำหนด อาทิ เส้นทางประจำ ผู้โดยสารสามารถหลับ หรือทำกิจกรรมอื่นๆได้โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการขับขี่ แต่ยังคงต้องมีพวงมาลัย เบรค คันเร่ง สำรองเอาไว้สำหรับบางสถานการณ์)
ทาง Xpeng เผยว่า ชิปทัวริงนี้ สามารถรับรู้บริบทของสิ่งแวดล้อมได้เหมือนคน ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ว่าอะไรไม่ต้องหลบ อาทิ ถุงขยะที่ปลิวมา หรืออะไรต้องเบรคหรือหลบ เช่นก้อนหิน และจะไม่ซี้ซั้วเบรคให้รถข้างหลังชนท้าย
โดยชิป 3 ตัวจะแบ่งการทำงานเป็น 2 ตัวใช้ในการควบคุมการขับขี่อัตโนมัติ XPILOT และอีก 1 ตัวควบคุมจอกลางและระบบข้อมูลและความบันเทิง รองการรับสั่งงานด้วยเสียงแบบเป็นธรรมชาติ และการแสดงภาพ 3 มิติที่ไร้การหน่วง โดยมีหน่วยความจำสูงถึง 216 จิกะไบท์ สูงที่สุดในวงการยานยนต์ โดยการใช้ชิป 2 ตัว ในระบบขับเคลื่อนก็เพื่อป้องกันความผิดพลาด ถ้าตัวหนึ่งผิดพลาดอีกตัวจะทำงานแทนทันที เรียกว่าเอาจริงๆชิปเพียงตัวเดียวก็พอเพียง แต่ให้ชัวร์ๆก็คือซื้อเผื่ออนาคต และเผื่อเหนียว
ใครชอบของล้ำๆ อยากเห็นอนาคตก่อนใครก็ต้องยอมจ่ายนะขอรับ ของเค้าล้ำจริง!







