สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่า สภาแห่งชาติเวียดนามมีมติเห็นชอบ การแก้ไขกฎหมายศุลกากร เพื่อเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการสกัดสินค้าปลอมแปลงและสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยคลายความกังวลของสหรัฐ เกี่ยวกับการคุ้มครองและบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนาม


ก่อนหน้านี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ต่อระบบทรัพย์สินทางปัญญาของเวียดนาม เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังขึ้นบัญชีเวียดนามเป็น “ประเทศต่างชาติที่ต้องให้ความสำคัญ” ในรายงานทบทวนพิเศษ


ยูเอสทีอาร์ระบุข้อกังวลหลายประการเกี่ยวกับเวียดนาม ทั้งปัญหาสินค้าปลอมแพร่หลาย การบังคับใช้กฎหมายบริเวณชายแดนที่ยังอ่อนแอ และข้อจำกัดในการให้อำนาจศุลกากรยึดสินค้าต้องสงสัยได้เอง


นอกจากนี้ สหรัฐยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการขาดอำนาจ ในการตรวจสอบและสกัดสินค้าที่อยู่ระหว่างการขนส่งผ่านเวียดนาม


ทั้งนี้ กฎหมายฉบับแก้ไขดังกล่าวของเวียดนาม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน มี.ค. 2570 ขยายอำนาจศุลกากรให้ครอบคลุมสินค้านำเข้า ส่งออก และสินค้าที่ขนส่งผ่านเวียดนาม และเจ้าหน้าที่ศุลกากรยังสามารถระงับพิธีการปล่อยสินค้าได้ หากเจ้าของสิทธิยื่นหลักฐานการละเมิดพร้อมหลักประกันทางการเงิน


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีอำนาจสั่งระงับการปล่อยสินค้านำเข้า ส่งออก หรือสินค้าผ่านแดนได้เอง หากพบหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสินค้าปลอมหรือมีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา


นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังเพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับสินค้าที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเวียดนาม โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าจากผู้ค้าในจีน


ส่วนสินค้าที่นำเข้าและส่งออกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องผ่านพิธีการศุลกากรและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากร ขณะที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและบริษัทโลจิสติกส์จะต้องเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและสกัดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES