เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า และการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย ก่อนจะเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติม ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร(กม.) ของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย – บ้านแพ้ว ระยะทางรวมประมาณ 25 กม. ในวันที่ 28 ส.ค.2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เบื้องต้นมีความพร้อมในการเปิดทดลอง มีความปลอดภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างแล้ว พบว่า ไม่มีปัญหาใด

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า วันที่ 28 ส.ค.นี้ จะเป็นการปิดตำนานถนนพระราม 2 หลังจากได้เร่งรัดโครงการ และเปิดให้ทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M82 ถือเป็นการสิ้นสุดการก่อสร้างที่ดำเนินการมาอย่างยาวนานหลายสิบปีซึ่งตั้งแต่ตนเข้ากรุงเทพฯ มาตั้งแต่ปี 2516 เห็นมีการก่อสร้างถนนบนถนนพระราม 2 แล้ว อย่างไรก็ตามยังเหลืออีก 1 โครงการบนถนนพระราม 2 ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ที่กำลังเร่งรัดงานก่อสร้าง ซึ่งปลายปี 2569 จะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการช่วงบนถนนพระราม 2 ที่เชื่อมต่อกับ M82 ได้ก่อน เป็นการปิดตำนานถนนพระราม 2 ตลอดเส้นทางทั้ง 2 โครงการ และลบคำพูดที่ว่าถนน 7 ชั่วโคตร

ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการส่วนต่อขยาย M82 จากบ้านแพ้ว-วังมะนาว ที่ขณะนี้ ทล. อยู่ระหว่างการศึกษา จะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้ขอหยุดเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ตามสำหรับมอเตอร์เวย์ M82 จะเปิดให้ทดลองใช้บริการโดยไม่เก็บค่าผ่านทาง แต่จำกัดความเร็วรถยนต์ 4 ล้อ สูงสุดไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง ส่วนรถเกิน 4 ล้อ ไม่เกิน 65 กม.ต่อชม. โดยจะเปิดเต็มรูปแบบ พร้อมเก็บค่าผ่านทางในปี 2572 ส่วนเรื่องการคืนผิวจราจรใต้มอเตอร์เวย์ M82 จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 สำหรับการเปิดให้ใช้มอเตอร์เวย์ M82 จะช่วยแบ่งเบาปริมาณการจราจรบนถนนพระราม 2 ได้ประมาณ 20% จากปัจจุบันมีปริมาณการจราจรประมาณ 1 แสนคันต่อวัน

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) กล่าวว่า การก่อสร้างส่วนต่อขยายมอเตอร์เวย์ M82 ยังไม่มีกำหนดแผนงานที่ชัดเจน จะรอให้การก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ หมายเลข 8 หรือ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อน รวมทั้งต้องพิจารณาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ดำเนินการด้วย อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเสนอโครงการมอเตอร์เวย์ M8 ต่อกระทรวงคมนาคมในเดือน ก.ย.2569 และเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ภายในปี 2569 เพื่อขออนุมัติโครงการฯ โดยจะทำคู่ขนานกับการแก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เพื่อให้สามารถจัดทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFFIF) ได้ และ พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 เพื่อนำรายได้จากค่าตอบแทนที่พักริมทาง (Rest Area) ของโครงการมอเตอร์เวย์เข้ากองทุนฯ โดยไม่ต้องส่งกระทรวงการคลัง

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมอเตอร์เวย์ M8 จะก่อสร้างแบ่งเป็น 2 ระยะ(เฟส) โดยจะเริ่มดำเนินการเฟสที่ 1 ก่อน ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. ก่อน เฟสนี้แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก นครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กม. วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะใช้งบประมาณจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งมีแผนเริ่มก่อสร้างปี 2571 ส่วนช่วงที่สอง ช่วงตลาดจินดา-ปากท่อ ระยะทาง 50 กม. วงเงินประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จะใช้การระดมทุนผ่านกองทุนฯ

ส่วนโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 338 (ทล.338ถนนบรมราชชนนี) ช่วงพุทธมณฑลสาย 3 – พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทางรวม 4.63 กม. ทล. กำหนดแผนจะเริ่มเข้าก่อสร้างในเดือน ต.ค.2569 ส่วนจะเริ่มปิดการจราจรเมื่อใด อยู่ระหว่างการหารือเรื่องการบริหารจัดจราจร ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงบ่นจากประชาชนว่าเหตุใดจึงไม่ก่อสร้างให้มีระยะทางมากกว่านี้ นายปิยพงษ์ กล่าวว่า ติดข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ สำหรับส่วนต่อขยายจากพุทธมณฑลสาย 4 ที่จะไปเชื่อมมอเตอร์เวย์ M8 นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดแผนงาน ต้องพิจารณาความพร้อมของแหล่งเงินก่อน.