เริ่มกลับมาแล้ว สำหรับราคาทองคำช่วงนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดว่า ค่อยๆ ปรับขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย จนขณะนี้ขึ้นมายืนโดดเด่นในระดับ 72,000 บาท เป็นที่เรียบร้อย หลังจากบรรยากาศ ราคาซึมๆ ยาวมาถึง 3 เดือนเต็ม

ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ “ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์” ปรมาจารย์แห่งการลงทุน ได้ประเมินเป้าหมายของราคาทองคำในการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ไว้หลายระดับตามปัจจัยทางเทคนิค

โดยระยะสั้น : เชื่อว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นจนอย่างน้อยที่สุดไปแตะแนวต้านนิวไฮเดิม ที่ประมาณ 5,400 เหรียญ หรือขึ้นไปยืนได้ที่ ประมาณ 5,000 กว่าๆ

กรณีที่ตลาดมีความกระทิงรุนแรง : มีโอกาสที่จะพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 5,400-5,600 เหรียญ

“ศุภวุฒิ สายเชื้อ” ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บอกว่า การปรับขึ้นของราคาทอคำครั้งนี้ เป็นเพราะตลาดกำลังตั้งคำถามสำคัญว่า ตราสารหนี้และเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่แท้จริงเหมือนในอดีตหรือไม่ เนื่องจากระดับหนี้สินของสหรัฐ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนสร้างความไม่ไว้วางใจให้กับผู้ถือครอง ส่งผลให้ผู้คนพยายามแสวงหาสินทรัพย์ทางเลือกอื่นเข้ามาทดแทน เช่น เงินหยวน, ยูโร, คริปโตเคอร์เรนซี และทองคำ

ทำให้มองวิกฤติรอบนี้เป็นแบบ 2 เด้ง คือ 1.ดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐไม่ดึงดูดใจ เมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรประเทศอื่นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ญี่ปุ่น และอังกฤษ และ 2.ความไม่เชื่อมั่นในการถือครองดอลลาร์ จากหนี้สาธารณะที่พุ่งไม่หยุด

อีกทั้งมีปัจจัยเสริมอื่น ๆ คือ

1.อัตราเงินเฟ้อที่เติบโตเร็ว : หากอัตราเงินเฟ้อพุ่งเร็วกว่าอัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อทองคำ

2.ตลาดแรงงานสหรัฐ : ตัวเลขการจ้างงานและตำแหน่งงานใหม่ที่ลดลง รวมถึงอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น จะสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ และเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำพุ่งทะยาน

3.มูลค่าตลาดหุ้นที่แพงเกินไป : การที่ตลาดหุ้นสหรัฐ อยู่ในระดับสูงสุดตลอดกาล ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องมูลค่าที่สูงเกินไป จึงหันมาซื้อทองคำที่ยังมีมูลค่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับหุ้น

สำหรับทองไทงจึงมีโอกาสลุ้นขึ้นไปปิดช่องว่างราคา เพื่อทดสอบระดับ 72,000-75,000 บาท ขณะที่เป้าหมาย 80,000 บาท จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อราคาทองคำ Spot โลกวิ่งไปถึงระดับเป้าหมาย 5,600 ดอลลาร์ ซึ่งจำเป็นต้องรอการคลี่คลายของสถานการณ์และอาจมีการปรับฐานครั้งใหญ่ก่อนปรับตัวขึ้นไปทำ All-Time High ใหม่

ทั้งนี้ หากย้อยจุดสูงสุดประวัติศาสตร์ของราคาทองคำ พบว่าราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 5,598 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ในช่วงเดือนมกราคม 2569 

สาเหตุหลักที่ดันราคาพุ่งสูงเกิดจาก 

วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง : ความขัดแย้งและการปิดกั้นเส้นทางขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดเงินโลกตื่นตระหนก  

แรงซื้อสะสมจากธนาคารกลาง : ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์เพื่อลดความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์  

 เงินเฟ้อพุ่งแรง : ราคาพลังงานปรับตัวสูงดันอัตราเงินเฟ้อขึ้น ทำให้นักลงทุนย้ายเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย