เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการลงมติว่าจะส่งคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลหรือไม่ ในวันที่ 28 ส.ค. นี้ ว่า ขอเรียกร้องไปยัง กกต. ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะมีการลงมติในวันใด ทั้งนี้สาระสำคัญ ไม่ใช่วันลงมติ แต่อยู่ที่ว่าจะลงมติอย่างไร กกต. ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาล เพราะเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต. ก็มีหน้าที่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา ซึ่งหลักฐานที่เราได้เปิดเผยหรือมีอยู่ในสาธารณะ ตนเชื่อว่าเพียงพอที่ กกต. จะส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาได้
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนกังวลว่า กกต. จะตัดตอน ไม่ให้เรื่องไปถึงเครือข่ายนักการเมืองของพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง เพราะหากดูจากคำสัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็เหมือนจะดูผิดหลักการ หรือพยายามหาทางลง ไม่สั่งฟ้องคนที่ไม่ใช่ผู้สมัคร สว.
เมื่อถามถึงกรณีเปิดข้อมูลการโทรศัพท์ของคนใกล้ชิดของนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับกลุ่ม สว. นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นข้อมูลที่ตนเชื่อว่าเป็นหลักฐานประเภทหนึ่ง ที่อยู่ในมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ตนได้รับมามีการกลั่นกรอง โดยเป็นข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างน.ส.รัตนา บ่อถ้ำ กับผู้สมัคร สว. อย่างน้อย 19 คน หลากหลายจังหวัด รวมกันมากถึง 62 ครั้ง ในเวลาแค่ 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับช่วงการเลือก สว. และการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว. ซึ่งน.ส.รัตนา เป็น 1 ใน 229 คนที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 สรุปว่ามีมูลความผิดในคดีโกง สว. และยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวนายชลัฐ ซึ่งขณะนั้นเป็น สส. บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ภท. ช่วงปี 66-68 การเรียกร้องให้นายชลัฐ มาตอบคำถามคงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป
“อยากฝากไปถึง กกต. ว่าอย่ายกคำร้องแม้หลักฐานมันชัด เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณคนที่เลือกคุณมา และอย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงติดคุกเพื่อปกป้องระบอบสีน้ำเงิน ขอเป็นกำลังใจให้ กกต. ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา แล้วสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน” นายพริษฐ์ กล่าวและว่า หาก กกต. ยกคำร้องใครก็ตาม ทั้งที่หลักฐานชัดก็จะเดินหน้าฟ้อง กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 เมื่อ กกต. ไม่ทำหน้าที่ส่งหลักฐานไปที่ศาล ก็จะดูช่องทางอื่นว่า จะมีกลไกอะไรหรือไม่ ที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวไปถึงศาลฎีกาได้ และเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะยื่นร่างแก้ไข พ.ร.ป.การเลือก สว. เพื่อให้ผู้เสียหายโดยตรง อย่างผู้สมัคร สว. ร้องไปยังศาลฎีกาได้โดยตรง



