เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายโสภณ โฮมหุ้มแก้ว อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัดอุทัยธรรม หมู่ 10 ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าได้ถูกทายาทที่เคยบริจาคที่ดินฟ้องวัดเพื่อที่จะขอที่ดินคืน ทั้งที่วัดได้รับมอบและโอนชื่ออย่างถูกต้อง เผยเหตุน่าจะมาจากที่ดินมีราคาแพงถึงไร่ละเกือบ 8 แสนบาท เคยมีทายาทบางคนมาขอแบ่งที่ดินวัด 5 ไร่แต่วัดไม่ยอม ปัจจุบันวัดเดือดร้อนต้องไปขึ้นศาลและหาเงินค่าทนายความ ค่าเดินทางเพื่อปกป้องสิทธิ์ของวัด หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบวัดดังกล่าว ซึ่งอยู่บริเวณกลางทุ่งเส้นทางผ่านสถานีตำรวจภูธรบางไทร บริเวณโดยรอบมีการปลูกบ้านจัดสรร และยังอยู่ใกล้กับที่ทำการเทศบาลตำบลบางไทร มีบึงน้ำขนาดใหญ่ และทราบว่าทางวัดกำลังจะซื้อดินที่ติดกับวัดอีก 3 ไร่ ด้วย แต่มาเจอปัญหาการฟ้องร้องวัด

โดยได้พบกับนายโสภณ เป็นคนเกิดในอ.บางไทร และเป็นผู้ที่ร่วมกับเจ้าอาวาสวัดองค์เดิมซึ่งมรณะภาพไปแล้ว ในการเดินเรื่องและก่อสร้างวัด ได้เปิดเผยว่า ที่ดินดังกล่าวมีเนื่อที่ 11 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา โดยนางอุทัย ขันธนิธี มอบให้กับพระมหาบุญสงค์ ปิติปุญโญ เปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะนั้นอยู่ที่วัดในจ.ปทุมธานี เมื่อปี 2540 แล้วนิมนต์มาสร้างวัดที่ดินปัจจุบัน โดยระหว่างก่อสร้างวัด ตนและทางวัดก็ได้เดินเรื่องขออนุญาตสร้างวัดและตั้งเป็นวัด จนได้รับอนุญาตเป็นวัดเมื่อปี 2562 ซึ่งระหว่างการตั้งวัดนั้น ปี 2549 นางอุทัย ผู้มอบได้เสียชีวิตลง หลังจากที่ตั้งวัดเสร็จตนได้ไปติดต่อกับนายสิงห์ น้องของนางอุทัย ในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกนายอุทัย เพื่อให้โอนชื่อเป็นของวัด แต่นายสิงห์ไม่ยอม จนกระทั่งมีการร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมและร้องต่อศาล

ในที่สุดนายสิงห์ น้องนางอุทัยยินยอม จนเปลี่ยนชื่อหลังโฉนดเป็นของวัดอุทัยธรรมาราม เป็นที่เรียบร้อยในปี 2562 ต่อมาปี 2566 พระมหาบุญสงค์มรณภาพลง ได้นิมนต์พระมหาพีรดลย์ ฐิตธัมโม จากวัดป่าคา อ.บางไทร มาเป็นเจ้าอาวาส มรพระสงฆ์ทั้งสิ้น 6 รูปในปัจจุบัน ปรากฎว่ามีผู้ที่อ้างเป็นน้องชายของนางอุทัยอีกคนโผล่มา มาติดต่อขอแบ่งที่ดินวัด 5 ไร่ แต่ทางวัดแจ้งว่าให้ไม่ได้ เนื่องจากเป็นโฉนดผืนเดียวกัน ในที่สุดก็มีการฟ้องวัดโดยอ้างเป็นหลานนางอุทัยว่า ต้องการขอที่ดินทั้งหมดของวัด 11 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวาคืนทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่าตอนที่นางอุทัยมอบให้นั้นทางญาติไม่รับทราบ ซึ่งทางศาลได้เรียกไปเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย 2 ครั้งแล้ว และกำลังจะไปอีกในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ทำให้วัดลำบากมาก

นายโสภณ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบที่เคยมีวัดถูกฟ้องร้องขอที่ดิน อีกทั้งยังเป็นเพราะที่ดินบริเวณดังกล่าวมีราคาสูงขึ้นจากไร่ละ 4 แสนมาเกือบ 7-8 แสนบาทแล้ว นอกจากนี้ทางวัดยังถูกทายาทนางอุทัยร้องเรียนห้ามไม่ให้เผาศพ เนื่องจากบ้านของผู้ร้องอยู่ใกล้วัดเกิดความกลัวผี ทางวัดจึงต้องเอาสแลนไปขึงไว้ และไม่ได้เผาศพมาเป็นเวลานานแล้ว ทั้งที่เมรุดังกล่าวเป็นเมรุปลอดมลพิษ จึงอยากจะร้องขอความเป็นธรรมและฝากถึงคนที่คิดจะมีพฤติกรรมขอที่วัดคืนนั้น นอกจากขัดศรัทธาของผู้ให้แล้ว ยังทำให้วัดเสียเวลาด้วย ซึ่งทางวัดมีโฉนดและใบอนุญาตถูกต้อง