เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 26 ส.ค. 69 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า สำหรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หากเราไปดูวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว พบว่า รัฐบาลยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ เนื่องจากมีคน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มคนเปราะบาง เช่น ประมง ขนส่ง เกษตร 2.ภาคการเกษตร ที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ละเลยมากที่สุด 3.กลุ่มเอสเอ็มอี และ 4.กลุ่มแรงงานที่ไตรมาส 2 มีคนว่างงานมากถึง 4 แสนคน ที่ถูกละเลยทั้งจากมาตรการปกติและการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ ซึ่งไม่มีมาตรการช่วยเหลือลงไปอย่างตรงเป้า เพราะรัฐบาลชุดนี้ยังยึดจีดีพีว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายที่อยากเห็น
“นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ทีมเศรษฐกิจก็ยังยึดมั่นว่าเศรษฐกิจมาถูกทิศทางและกำลังเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจุดนี้ผมมองว่าอันตรายมากที่สุด ซึ่งการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทก้อนแรกของรัฐบาล นอกจากจะไม่ได้ช่วยกลุ่มคนเปราะบาง เอสเอ็มอี และภาคอุตสาหกรรมแล้ว แต่ยังเป็นการใช้เพื่อตอบโจทย์การเมืองของรัฐบาล เพื่อเรียกคะแนนเสียงให้นายอนุทิน สามารถเดินตลาดได้” นายวีระยุทธ กล่าว
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 2 เราก็ต้องถามต่อไปอีกว่ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง เป็นการตั้งโครงการใหม่มาขอรับเงินกู้ เป็นความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เปลี่ยนผ่านอะไรกันแน่ ไม่มีแผนงานการเปลี่ยนผ่านที่เป็นระบบ ไม่ได้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วน สามารถใช้งบปกติก็ได้ เป็นการตอบโจทย์การเมืองภายในของรัฐบาล เพื่อเปิดทางให้เครือข่ายอุปถัมภ์เข้ามาทำโครงการสะเปะสะปะ ไม่ได้สร้างอนาคตประเทศ ฉะนั้น ตนจึงไม่อาจเห็นด้วยกับการอนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้ได้



