สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่า ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลพลังงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงกลั่นอยู่ที่ 103.4 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ส.ค. ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันของปี
ความต้องการน้ำมันดีเซลทั่วโลกมักจะสูงสุดในช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการทำความร้อนในฤดูหนาว และการเก็บเกี่ยวในซีกโลกเหนือ ซึ่งตรงกับฤดูเพาะปลูกในซีกโลกใต้
US supplies of diesel have fallen to the lowest seasonal level ever, threatening to push prices even higher for the global economy’s workhorse fuel just as heating and agricultural seasons kick into gear. https://t.co/CkOrRL4Q3B
— Bloomberg (@business) August 26, 2026
ความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางปริมาณสำรองที่ต่ำอย่างน่าเป็นห่วง อาจผลักดันให้ราคาสูงขึ้นไปอีก และกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากพลังงาน ขณะที่สงครามในอิหร่านทำให้ตลาดพลังงานปั่นป่วน แต่การไหลเวียนของน้ำมันดิบกลับมีความยืดหยุ่นมากกว่า หลังการส่งออกเชื้อเพลิงกลั่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเกือบเป็นศูนย์
ปัญหาดังกล่าวซ้ำเติมด้วยการที่รัสเซียระงับการส่งออกดีเซล ท่ามกลางการโจมตีโรงกลั่นของรัสเซียด้วยโดรนของยูเครน ทำให้รัฐบาลมอสโกกำลังพิจารณาขยายเวลาการห้ามส่งออกออกไปอีก 1 เดือน
ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในสหรัฐสูงกว่า 5.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน (ราว 183.79 บาท) ซึ่งใกล้เคียงกับราคาสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน และห่างจากราคาสูงสุดตลอดกาลที่ตั้งไว้ในปี 2565 เพียงไม่ถึง 20 เซนต์ (ราว 6.56 บาท) ส่วนราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐยังคงสูงกว่า 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน (ราว 131.28 บาท).
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



