ปากกาลดน้ำหนัก เป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลายคนอาจเคยได้ยิน “ปากกา” ที่ว่า เป็นยาฉีดที่มีลักษณะเป็นปากกา ภายในบรรจุฮอร์โมนที่เลียนแบบฮอร์โมนในร่างกายกลุ่ม Incretin ได้แก่ GLP-1 และ GIP เดิมที ยากลุ่มนี้ถูกใช้เพื่อรักษา โรคเบาหวานชนิดที่ 2  เมื่อพบว่าผู้ป่วยมีน้ำหนักลดลงอย่างชัดเจน จึงมีการพัฒนาให้เป็นยาสำหรับ ช่วยควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วน การ “ปักปากกา” มีสองแบบคือ ฉีดทุกวัน และฉีดสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งฉีดสัปดาห์ละครั้งได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากสะดวกต่อการใช้งานและให้ผลการลดน้ำหนักได้ดี       

ปากกาลดน้ำหนักทำงานในหลายระบบของร่างกาย ได้แก่ 1. ที่สมอง ยาออกฤทธิ์ต่อศูนย์ควบคุมความหิว ทำให้สมองรับรู้ว่า “อิ่มแล้ว” จึงช่วยลดความอยากอาหาร 2. ที่กระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะบีบตัวช้าลง อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอิ่มนาน 3. ที่ตับอ่อน ช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน แต่ในคนทั่วไปจะไม่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลต่ำ

 ตามข้อบ่งชี้ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย ผู้ที่เหมาะกับการใช้ยากลุ่มนี้ ได้แก่

ผู้ที่มี ภาวะอ้วน (BMI มากกว่า 30) ผู้ที่มี BMI มากกว่า 27 และมีโรคร่วมจากความอ้วน เช่น  ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ  ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ผู้ที่มีโรคหัวใจร่วมกับภาวะอ้วน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคซ้ำ  ผู้ที่มีไขมันพอกตับระดับปานกลาง ที่ยังไม่ถึงขั้นตับแข็ง ยานี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนที่อยากลดน้ำหนัก ต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ให้ใช้

ผู้ที่ ไม่ควรใช้ ปากกาลดน้ำหนัก ได้แก่ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร  ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็น มะเร็งไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma

ส่วนผู้ที่ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง คือ ผู้ที่มีเบาหวานขึ้นตาระดับปานกลางถึงรุนแรงที่ยังไม่ได้รับการรักษา ผลข้างเคียงและการเห็นผล

ผลข้างเคียงจากการปักปากกาที่พบได้บ่อย ได้แก่ คลื่นไส้  อาเจียน ท้องผูก ท้องอืด  อาการเหล่านี้มักเกิดในช่วงแรกของการใช้ยา และมัก ดีขึ้นภายใน 1–2 เดือน เมื่อร่างกายปรับตัวได้ ในด้านประสิทธิภาพ ผู้ใช้มักเริ่มเห็นผล ตั้งแต่เดือนแรก และน้ำหนักจะลดลงมากที่สุดในช่วง เดือนที่ 3–6 โดยเฉลี่ยสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 15–20% ของน้ำหนักตัว  อย่างไรก็ตาม หาก หยุดใช้ยา ความหิวอาจกลับมาเหมือนเดิม ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะ น้ำหนักเด้งกลับ (Rebound) ได้

แพทย์เน้นย้ำว่า ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ “ยามหัศจรรย์” แต่เป็นเพียงตัวช่วยในการควบคุมน้ำหนักเท่านั้น หัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักยังคงเป็น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย โดยเฉพาะ Weight Training เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อระหว่างน้ำหนักลด และยังต้องระวังการซื้อยาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ยาชนิดนี้ต้องเก็บในอุณหภูมิ 2–8 องศาเซลเซียส หากเก็บไม่ถูกต้อง ยาอาจเสื่อมคุณภาพ และการซื้อยาทางอินเทอร์เน็ตหรือยาหิ้วอาจเสี่ยงต่อการได้ของปลอม ก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความเหมาะสม ปรับขนาดยา และติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลในระยะยาว

( ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ศ.ดร.พญ.วรผกา มโนสร้อย อาจารย์ประจำหน่วยวิชาระบบต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ )