นายณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด เปิดเผยว่า โครงสร้างพื้นฐาน Data และ AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินลงทุนจะสูงถึง 52 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.72 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 ขยายตัวกว่า 12 เท่าจากปี 2564

ในยุคที่ AI Model กลายเป็นสิ่งทั่วไปที่ใครก็เข้าถึงได้ (Commodity) ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่แท้จริงจึงตกเป็นขององค์กรที่มี “ข้อมูลเฉพาะ” และมีอำนาจควบคุมข้อมูลนั้นอย่างสมบูรณ์ ล่าสุดได้จัดงานสัมมนาใหญ่แห่งปี “Data & AI Decoded 2026: Data First. AI That Works.” ตอกย้ำกลยุทธ์ “Data First” รับเทรนด์อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ทั่วโลกพร้อมนำเสนอแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise บนแนวคิด Sovereign by Design ให้องค์กรบริหารจัดการข้อมูลได้เองทุกมิติ สามารถติดตั้งได้ทั้ง On-premise, Private/Public Cloud และระบบปิด Air-gapped เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและความปลอดภัย

ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว Blendata Apollo ที่เข้ามาเปลี่ยนผ่านการเข้าถึงข้อมูลจากการเขียนคำสั่ง SQL ไปสู่การสอบถามด้วยภาษาธรรมชาติ (Ask) พร้อมแปลงเป็นคำสั่งประมวลผลและตอบกลับในรูปแบบข้อความ สรุป ตาราง หรือกราฟได้ทันที

คุณสมบัติเด่นของ Blendata Apollo:

  • Model-Agnostic: เลือกและสลับใช้ AI Model ได้ทุกค่ายตามนโยบายองค์กร
  • Data Sovereignty & Security: ข้อมูลไม่หลุดออกนอกระบบ รองรับการติดตั้งแบบ 100% On-premise และ Air-gapped พร้อมระบบ Audit Log และกลไกตรวจจับ Prompt Injection
  • Seamless Integration: เชื่อมต่อ Data Warehouse เดิมผ่าน JDBC ได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายข้อมูล
  • Advanced AI Capabilities: รองรับตั้งแต่ Traditional AI ไปจนถึง Agentic AI หรือ Multi-Agent Systems ที่ช่วยจัดการภารกิจซับซ้อน เช่น การย้ายระบบข้อมูลขนาดใหญ่อัตโนมัติ หรือการวิเคราะห์คดีอาชญากรรมทางการเงิน

จากแนวทางที่ตอบโจทย์ตลาด ส่งผลให้เบลนเดต้ามีผลประกอบการปีที่ผ่านมากวาดกำไรสุทธิเติบโตเกือบ 3 เท่า พร้อมทำยอดขายและแบ็กล็อก (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสามารถขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทั้งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

สำหรับแผนงานในปี 2569 เบลนเดต้าเตรียมเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ต่อเนื่อง เช่น Vector DB, Blendata MCP, GenBI, MLOps และ Datamart Engine ตัวใหม่ในไตรมาส 4 เพื่อผลักดันเทคโนโลยีฝีมือคนไทยขึ้นสู่แถวหน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองกับพันธมิตรระดับภูมิภาคอย่าง Glocomp (มาเลเซีย) และการจัดแสดงโซลูชันเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เช่น HPE, Huawei, UIH Cloud, Quantum, Everpure, Get On และ Opsta สะท้อนความแข็งแกร่งของ Ecosystem ที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านขององค์กรยุคใหม่