ชัยชนะนัดนี้นอกจากจะทำให้ ไทย ได้ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์กับ จีน ในรอบชิงดำแล้ว ยังถือเป็นการ “ปลดล็อกปมในใจ” ที่ตามหลอกหลอน ทัพลูกยางสาวไทย มานานถึง 10 ปีได้สำเร็จอีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงโอลิมปิก รอบคัดเลือก สาวไทย มีลุ้นที่จะคว้าตั๋วไปลุยกีฬาโอลิมปิก ที่ริโอ เดอ จาไนโร โดยขอแค่เอาชนะ ญี่ปุ่น ในเกมชี้ชะตาให้ได้เท่านั้น

ทว่าในขณะที่ ขึ้นนำอยู่ 12-6 ในเซตที่ 5 และต้องการอีกเพียง 3 คะแนน เพื่อคว้าตั๋วโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สาวไทย กลับเจอฝันร้ายจากแท็บเล็ตชาเลนจ์ และระบบเปลี่ยนตัวขัดข้อง
ตอนนั้นผู้ตัดสินปฏิเสธที่จะตรวจสอบลูกฟาวล์ของญี่ปุ่น กระทั่ง “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร และ “กัปตันหน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว ต้องเข้าไปขอคำอธิบาย และโดนใบแดง ซึ่งหมายความว่า เรายกคะแนนให้ ญี่ปุ่น ไปฟรีๆ 2 แต้ม
สุดท้าย ไทย พลิกกลับมาแพ้ 13-15 จบรอบคัดเลือกไทยมี 12 คะแนน โดน เกาหลีใต้ ที่มี 13 คะแนน ปาดหน้าคว้าตั๋วโอลิมปิกไปครองอย่างน่าเจ็บใจ

อย่างไรก็ตาม ดังภาษิตจีนที่ว่า “10 ปีล้างแค้นยังไม่สาย” เมื่อท้ายที่สุด สาวไทย ก็ล้างตา ญี่ปุ่น ได้สำเร็จ และจะคว้าตั๋วไปลุยกีฬาโอลิมปิก 2028 ได้ทันที หากโค่นลาสต์บอสอย่าง จีน ลงได้ในรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.นี้
ยิ่งไปกว่านั้น ชัยชนะเหนือ ญี่ปุ่น ยังทำให้ ไทย การันตีการคว้าตั๋วไปลงชิงชัยในวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2027 ที่สหรัฐ และแคนาดา จะเป็นเจ้าภาพได้แน่นอนแล้วอีกด้วย
แถมยังโกยคะแนนสะสมได้ถึง 13.97 คะแนน รวม 220.34 คะแนน ยังรั้งอยู่ในอันดับ 17 ของโลก

ขณะที่หากเจาะลึกลงไปที่ผลงานส่วนบุคคล 2 แนวรุกของไทยอย่าง “ออมสิน” ศศิภาพร จันทรวิสูตร และ “บีม” พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ก็ยังครองตำแหน่งสุดยอดตัวทำคะแนน หรือ Best Scorers ประจำทัวร์นาเมนต์อยู่อีกด้วย
โดย ออมสิน ทำไปแล้ว 87 คะแนน เฉลี่ยนัดละ 17.40 คะแนน โดยเป็นการทำแต้มจากการเล่นเกมรุก 79 คะแนน และมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกอยู่ที่ 43.41% ครองอันดับ 1 สาขา Best Scorers

ส่วน ควีนบีม กดไปแล้ว 83 คะแนน เฉลี่ยนัดละ 16.60 คะแนน โดยเป็นการทำแต้มจากการเล่นเกมรุก 76 คะแนน และมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกอยู่ที่ 46.91% ครองอันดับ 2 สาขา Best Scorers
ขณะที่ “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี ก็กลับมาระเบิดฟอร์มได้อย่างสุดยอดในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยครองตำแหน่งจอมเสิร์ฟดับวิญญาณหลังเสิร์ฟเอซไปแล้วถึง 11 ครั้ง

ปิดท้ายด้วย “กัปตันพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ มือเซตทีมชาติไทย ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน จนกระทั่งครองตำแหน่งสุดยอดเซตเตอร์ประจำทัวร์นาเมนต์ โดยจ่ายบอลไปแล้ว 419 ครั้ง เข้าเป้า 173 ครั้ง คิดเป็นความสำเร็จสูงถึง 41.29 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว.



