วานนี้ (30 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวของบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังให้ความสนใจภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของประเทศออสเตรเลีย โดยหวังจะดึงเข้าร่วมการแข่งขันการทำเหมืองแร่หายากบนดวงจันทร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล และจุดชนวนการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์กับประเทศจีนในอวกาศ
บริษัท อินเทอร์ลูน ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ตอัปด้านการขุดเจาะบนดวงจันทร์จากเมืองซีแอตเทิล ได้เปิดเผยเป้าหมายการค้นหาไอโซโทป “ฮีเลียม-3” (Helium-3) บนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งเป็นก๊าซที่หาได้ยากยิ่งบนโลก แต่มีสะสมโดยรวมตัวอยู่กับชั้นดินบนผิวดวงจันทร์ในปริมาณมหาศาล เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศคอยบดบังรังสีจากดวงอาทิตย์ โดยประเมินว่าดินดวงจันทร์ในระดับความลึกไม่เกินสามเมตรแรกมีฮีเลียม-3 สะสมอยู่มากถึงราว 1,000 ล้านกิโลกรัม
แกรี ไล่ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอินเทอร์ลูนกล่าวว่า ราคาประเมินของก๊าซดังกล่าวในตลาดปัจจุบันสูงถึงกิโลกรัมละ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 700 ล้านบาท) ส่งผลให้มูลค่ารวมของทรัพยากรชนิดนี้พุ่งสูงถึง 20,000 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 700 ล้านล้านล้านบาท) ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่คุ้มค่าพอจะจูงใจในการลงทุนเดินทางไปขุดเจาะในอวกาศอย่างจริงจัง
ฮีเลียม-3 ถือเป็นทรัพยากรทางยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งการนำไปใช้ในระบบทำความเย็นสำหรับศูนย์ควอนตัมคอมพิวเตอร์ การใช้เป็นเชื้อเพลิงสะอาดในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันที่ปล่อยกัมมันตรังสีต่ำ ตลอดจนการปรับปรุงระบบสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI และการตรวจจับสารนิวเคลียร์ลักลอบนำเข้า
บนโลกเราพบก๊าซชนิดนี้ได้น้อยมาก โดยมีสัดส่วนเพียงแค่ 0.000137 เปอร์เซ็นต์ของฮีเลียมทั้งหมดเท่านั้น หลักๆ แล้ว สามารถสกัดก๊าซนี้ได้จากการสลายตัวของทริเทียมในอาวุธนิวเคลียร์ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐต้องเก็บสำรองไว้เป็นส่วนใหญ่
บริษัทอินเทอร์ลูนมีแผนเริ่มภารกิจขุดเจาะทดลองบนดวงจันทร์อย่างเร็วที่สุดภายในปี 2570 โดยจะใช้นวัตกรรมบดดินดวงจันทร์เพื่อปลดปล่อยก๊าซ ก่อนใช้เทคโนโลยีกลั่นแยกก๊าซด้วยความเย็นจัดระดับไครโอเจนิก (ต่ำกว่า -150 องศาเซเลซียส) ซึ่งทางบริษัทได้เรียกร้องความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในรัฐออสเตรเลียตะวันตก เนื่องจากออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยีเหมืองแร่ขั้นสูง และกำลังพัฒนายานสำรวจ “รู-เวอร์” ร่วมกับองค์การนาซาเพื่อเก็บดินบนดวงจันทร์อยู่แล้ว
แม้ในอดีตผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะเคยวิพากษ์วิจารณ์ว่าแนวคิดการทำเหมืองฮีเลียม-3 บนดวงจันทร์เป็นเพียงเพ้อฝัน แต่ปัจจุบัน อินเทอร์ลูน สามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 805 ล้านบาท) รวมถึงได้สัญญาจ้างจากองค์การนาซา และประสบความสำเร็จในการทดลองสกัดฮีเลียม-3 ความบริสุทธิ์สูงถึง 99% ในห้องปฏิบัติการบนโลกแล้ว
ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของสหรัฐก็สร้างความกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากประเทศจีนก็กำลังทุ่มงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาเครื่องยิงอวกาศพลังแม่เหล็กเพื่อขนส่งฮีเลียม-3 กลับสู่โลกเช่นกัน อีกทั้งจีนยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงอาร์เทมิส (Artemis Accords) ที่เน้นย้ำการใช้อวกาศอย่างสันติ
อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารของอินเทอร์ลูนย้ำว่า การแข่งขันดังกล่าวจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งในอวกาศ เนื่องจากดวงจันทร์มีพื้นที่กว้างใหญ่มากพอ และทุกฝ่ายยังคงประสานงานผ่านองค์การสหประชาชาติเพื่อความปลอดภัยร่วมกัน
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : news.com.au
เครดิตภาพ : REUTERS



