สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย จัดงาน “มีทเดอะเพรสกีฬเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20” เพื่อแถลงความพร้อมของทัพนักกีฬาไทย ก่อนจะเดินทางไปร่วมการชิงชัยที่ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุม 222 ราชมังคลากีฬาสถาน โซน E 4 – E 5 โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการแถลงความพร้อมครั้งที่ 4 มี 11 สมาคมกีฬาเข้าร่วม โดยมี นายไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานในงานครั้งนี้

ศรนรินทร์ ทิพย์โภชน์ ผู้จัดการคริกเก็ตทีมชาติไทย กล่าวว่า กีฬาคริกเก็ตของไทยเราส่งทีมหญิงเข้าร่วมแข่งขัน ในเวลานี้นักกีฬากำลังเดินทางไปแข่งรายการเอเชียคัพที่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ดังนั้นความฟิตดีมาก โดยในปีนี้ทีมมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชจากปกติที่ใช้โค้ชจากอินเดียมาตลอด มารอบนี้เราใช้ ปีเตอร์ จอนห์ เจนเซ่น โค้ชจากแอฟริกา ซึ่งมีทักษะในการทำเกมรุกที่ดีมาก โดยในโซนเอเชียทีมเต็งคงเป็นอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ ปากีสถาน 4 ประเทศนี้คือท็อป 4 ของเอเชีย ส่วนอินเดียคือท็อป 3 ของโลก

”ตอนนี้โปรแกรมการแข่งขันออกมาแล้ว มีทั้งหมด 8 ชาติร่วมชิงชัย แข่งแบบน็อกเอาท์ตั้งแต่นัดแรกเลย แพ้ตกรอบ โดยเราจับสลากประกบคู่พบกับปากีสถานในนัดแรก เป็นทีมแรงค์อันดับ 8 ของโลก ซึ่งไม่หนีกับเราที่อันดับ 12 ของโลก ถ้าชนะปากีฯจะได้ไปรอบรองชนะเลิศหรือชิงเหรียญทองแดงทันที ซึ่งหากผ่านปากีฯแล้วตามสายเราน่าจะเข้าไปพบกับบังกลาเทศ ทีมอันดับ 7 ของโลก โดยเราเคยชนะทีมระดับโลกมาแล้ว ดังนั้นมีความเชื่อว่านักกีฬาจะเข้าไปคว้าเหรียญกลับบ้านได้“

อภิชัตย์ รัตนิน อุปนายกสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เอเชียนเกมส์ครั้งนี้เราส่งแข่งขัน 2 ประเภทคือ สปีด และ พาร์ค ชาย-หญิง รวม 4 อีเวนต์ เราเริ่มเก็บตัวกันมาตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเนื่องมาจากซีเกมส์เลย ในกีฬาเอ็กซ์ตรีมระดับเอเชียนเกมส์ก็เทียบเท่าโอลิมปิกเกมส์เลยทีเดียว เพราะประเทศที่ได้เหรียญโอลิมปิกอย่างเกาหลีใต้กับจีนก็อยู่ในเอเชีย แต่อีกประเทศคือบราซิลไม่ได้อยู่ในนี้ ดังนั้นเราก็มีโอกาสสอดแทรกพื้นที่อีก 1 เหรียญ ต้องบอกว่าเราเตรียมทีมยากนิดหน่อย เพราะเจ้าภาพไม่ได้เปิดสภาพสนามให้เห็นเลยจนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว ผิดกฎสหพันธ์ที่ต้องเปิดให้ชาติที่เข้าร่วมแข่งดูอย่างน้อย 2 เดือน เราเลยมีนโยบายที่จะปรับสนามของหัวหมากให้เลียนแบบกับสนามที่ของเขาให้มากที่สุด เราคาดหวังกับ “น้องเอสที” วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเก็ตบอร์ดหญิงประเภทสปีด ที่เป็นนักสเก็ตบอร์ดไทยคนแรกที่ควอลิฟายน์เข้าโอลิมปิกเกมส์ 2024 ซึ่งปัจจุบันอยู่แรงค์ 6 เอเชีย และ 18 โลก เราหวังน้องได้เหรียญทองแดง และเรายังมีนักกีฬาชายอีกคนที่เราหวังติดท็อป 3 ดังนั้นสมาคมกีฬาเอ็กซตรีมในเอเชียนเกมส์ปีนี้เราคิดว่าได้ 2 ทองแดง

อัครินทร์ หิรัญพฤกษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาสควอชแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สควอชของไทยเราถือเป็นนักกีฬารุ่นจูเนียร์ของการแข่งขัน เพราะกีฬาชนิดนี้จะอยู่ในกลุ่มของอินเดียและมาเลเซีย พวกเขาเป็นชาติต้นตำรับและเล่นกันมานานกว่า เราจึงเป็นน้องเล็กของเขา ครั้งนี้เราส่งไม่ครบทุกอีเวนต์ เราส่งเฉพาะกลุ่มที่เราจะสามารถพัฒนานักกีฬาต่อได้ เพื่อประสบการณ์ในการไปแข่งซีเกมส์ปีหน้า เราส่ง 3 อีเวนต์ ได้แก่ ชายเดี่ยว, หญิงเดี่ยว และ ประเภททีมชาย ในช่วง 20 วันสุดท้ายก่อนเดินทางนี้เด็กๆ ก็ซ้อมกันอย่างเต็มที่โดยเราจ้างโค้ชชาวปากีสถานที่มีชื่อเสียงในวงการมาฝึกสอน ต้องยอมรับว่าแรงกิ้งเราต่ำกว่าเขา ทำให้การแบ่งสายเราคงโดนไปพบท็อป 1-4 ของเอเชีย ก็เป็นงานยาก แต่เด็กๆ จะแสดงความพยายามและสู้เต็มที่ คิดว่าถ้าครั้งนี้ไม่เห็นผลก็จะเห็นผลในซีเกมส์ปีหน้า

นาวาเอก พรพงษ์ อิทธโยภาสกุล คณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ในกีฬายิมนาสติกมีการคัดเลือกตัวเพื่อเข้าร่วม จากปกติที่สามารถส่งแข่งได้เลย ซึ่งในครั้งนี้เราได้สิทธิ์ส่งเข้าร่วม 8 คน ตอนแรกทางแคมป์ทีมชาติมีตัวเต็งที่คาดว่าน้องจะไปทำผลงานได้ถึงระดับติด 1 ใน 3 ของการแข่งขัน แต่กลับโชคร้ายไปบาดเจ็บเสียก่อน โดยในประเภทต่างๆ ที่ส่งแข่งขันครั้งนี้ต้องยอมรับว่าคะแนนการแข่งขันของนักกีฬาเรายังห่างจากชาติต่างๆ จากที่ดูผลงานรายการที่ผ่านๆ มา ทำให้คงหวังไว้ที่นักกีฬาจะทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดไว้ก่อน

เลอลักษณ์ โสภณพณิช ผู้จัดการทีมกีฬาปีนหน้าผาทีมชาติไทย กล่าวว่า เราส่งนักกีฬาแข่งขัน 8 คน โดยการเตรียมทีมมีการส่งนักกีฬาไปเก็บตัวที่สิงคโปร์และใช้โค้ชระดับโลกชาวสหรัฐฯ มาช่วยเทรนด์นักกีฬาในประเภทสปีด คู่แข่งเก่งๆ ในเอเชียนเกมส์เป็นจีนและอินโดนีเซียที่เก่งมากในประเภทสปีด ส่วนประเภทลีดกับโบเดอร์ริงจะเป็นญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ที่ครองเจ้าอยู่ ส่วนเรื่องสนามไม่ได้กังวลเพราะเห็นว่าจะแข่งในอินดอร์ซึ่งน่าจะหมดปัญหาเรื่องลมฟ้าอากาศ แต่ศักยภาพของนักกีฬาเราเวลานี้เมื่อเทียบกับชาติต่างๆ ในเอเชียนเกมส์คงหวังไว้ที่เหรียญใดเหรียญหนึ่ง

ร้อยโท พรชัย เค้าแก้ว ผู้ฝึกสอนตะกร้อทีมชายทีมชาติไทย กล่าวว่า ทีมชายเราเพิ่งทำการแข่งขันรายการชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพในประเภทที่เราจะส่งแข่งเอเชียนเกมส์ นั่นคือทีมเดี่ยวและทีมชุดซึ่งเราก็คว้าแชมป์ได้ทั้งหมด ก็เห็นอะไรที่เป็นจุดต้องปรับปรุงก็เตรียมไปพัฒนาต่อ รวมทั้งนักกีฬาในทีมผสมผสานกันทั้งตัวเก๋าและวัยรุ่น โดยตัวเก๋าก็มีประสบการณ์ที่บางคนผ่านเอเชียนส์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ทีมจึงมีครบทั้งความสดและประสบการณ์ มีกังวลเล็กน้อยในเรื่องการชาลเลนจ์จากเส้นกลางสนาม รวมทั้งการที่เราพลาดท่าพ่ายมาเลเซียกับเวียดนามในซีเกมส์ล่าสุด

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราจะพยายามปิดรอยรั่วให้หมด และคว้า 2 เหรียญทองให้ได้ครบทั้ง 2 อีเวนต์ที่ลง ด้านทีมหญิง โค้ชจักรี พ่วงเจริญ ผู้ฝึกสอนตะกร้อหญิง กล่าวว่า เราเก็บตัวมาตั้งแต่เมษายน โดยส่งแข่ง 2 อีเวนต์ได้แก่ทีมชุดและควอต 4 คน ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดตัวสุดท้ายแต่ก็ผสมผสานทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ คู่แข่งที่น่ากลัวคือเวียดนามที่น่าจะทำได้ดีในประเภท 4 คน แต่ก็คิดว่าเรายังดีพอที่คว้าเหรียญทองได้ทั้ง 2 อีเวนต์ ดังนั้นสมาคมกีฬาตะกร้อ ก็ยังหวังกวาดให้ครบทั้ง 4 ทอง”

พล.ต.ดร.ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มี 4 ชนิดกีฬาภายใต้การบริหารของสมาคมที่ได้ไปแข่งเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ คือ ว่ายน้ำ, ระบำใต้น้ำ, กระโดดน้ำ และ โปโลน้ำ ความหวังนั้นต้องแยกเป็น ว่ายน้ำขอเข้ารอบไฟนัล ส่วน ระบำใต้น้ำ กับ กระโดดน้ำ ขอทำอันดับให้ดีที่สุด และ โปโลน้ำ เป็นชนิดกีฬาเดียวที่เรามีลุ้นได้เหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง ล่าสุดเราได้เชิญ รัสเซีย จีน และ ฮังการี มาร่วมฝึกซ้อมกับทีมโปโลน้ำหญิงไทย เราจะแข่งเอเชียนเกมส์ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. แข่งแบบพบกันหมด โดยของทีมหญิงจะหนักใน 2 นัดแรกคือพบ ญี่ปุ่น กับ จีน จากนั้นก็มี คาซัคสถาน ถ้าเราชนะได้ ก็การันตีเหรียญทองแดงได้เลย เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่ทีมโปโลน้ำหญิงได้อันดับ 4 ก็เพราะแพ้ คาซัคสถาน แต่หนนี้เราจะต้องแก้มือให้ได้

พลเรือเอก ชยุต นาเวศภูติกร อุปนายกสมาคมกีฬาเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ส่งแข่ง 8 ประเภทเรือ เป็นเดี่ยว 4 กับ คู่ 4 นักกีฬาทั้งหมด 12 คน ตอนนี้เก็บตัวอย่างต่อเนื่อง และทีมจะเดินทางไปนาโกยาเพื่อไปฝึกซ้อมกันวันที่ 9 ก.ย.นี้ เพื่อไปทำความคุ้นเคยกับประแสน้ำและลม ส่วนความคาดหวังนั้นเมื่อ 4 ปีที่แล้วเราได้มา 2 เหรียญทอง แต่เอเชียนเกมส์หนนี้ขอประเมินไว้ก่อนที่ 3-4 เหรียญ แต่ถ้าให้ฟันธงเหรียญทองก็ขอ 1 เหรียญทองก่อน เพราะตัวแปรสำคัญของกีฬาชนิดนี้คือสภาพน้ำ กับ ลม ถ้าโชคดีสภาพอากาศวันแข่งเข้าข้างเรา ก็จะมีผลงานที่ดี

พลเรือโท ศรายุทธ แดงเทศ อุปนายกสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมได้ทำการเรียกตัว ศิริพร แก้วดวงงาม แชมป์เก่าเอเชียนเกมส์ครั้งที่แล้วกลับมาเล่นทีมชาติอีกครั้ง หลังจากที่เจ้าตัวเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่ต้องเรียกตัวกลับมาเนื่องจากนักกีฬาในรุ่นนี้บาดเจ็บไม่สามารถลงแข่งได้ ส่วนในกีฬาวินด์เซิร์ฟ มีอุปสรรค 3 อย่างคือ 1 สภาพอากาศ ลมแรง-เบา, ลมชายฝั่ง, กระแสน้ำ และความหนาแน่นของน้ำ อย่างที่ 2 คืออุปกรณ์แข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงกันตลอดทำให้นักกีฬาต้องมาฝึกกันใหม่ และ 3.ความพร้อมของตัวนักกีฬา ที่จะต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ยังหวัง 1 ใน 3 เอเชียนเกมส์

มงคล ศัพทะนาวิน เลขาธิการสมาคมกีฬากระดานโต้คลื่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมในมหกรรมเอเชียนเกมส์ โดยเราส่งนักกีฬา 4 คน เป็นชาย 2 คน กับ หญิง 2 คน ที่สำคัญคือถ้าได้เหรียญทอง ก็จะได้ไปโอลิมปิก 2028 ทันที สำหรับนักกีฬานั้นเรามีลูกครึ่ง 3 คน และ ไทยแท้ 1 คน ปกติเราเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และเรายังได้ อ.พิชิต เมืองนาโพธิ์ มาดูแลด้านจิตวิทยา ส่วนความหวังในเอเชียนเกมส์คือติด 1 ใน 3 อย่างน้อยๆ คือเหรียญทองแดง แน่นอนว่าไปเอเชียนเกมส์ชาติที่น่ากลัวที่สุดคือ ญี่ปุ่น เพราะเขาได้ซ้อมทุกวัน รู้คลื่นลมดี แต่เราก็มั่นใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไทยที่ดีกว่าไหว้ขอคลื่นขอลมตลอด

สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วอลเลย์บอลเรามีความพร้อมอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นในร่ม หรือ ชายหาด เพราะเรามีแข่งกันทั้งปี อุปสรรคของเราคือสภาพร่างกายนักกีฬาที่อ่อนล้า ในส่วนของวอลเลย์บอลในร่ม ทีมหญิงเราทุ่มเทให้กับชิงแชมป์เอเชียเป็นอย่างมากจนได้ตั๋วโอลิมปิก ซึ่งนักกีฬาถึงจุดพีคแล้ว ทำให้ในเอเชียนเกมส์จึงเป็นธรรมดาที่อาจจะมีดรอปลงไปนิดหน่อย ส่วนทีมชายนั้นไปแข่งชิงแชมป์เอเชียที่ญี่ปุ่นและก็จะอยู่ยาวยันเอเชียนเกมส์ และทีมหญิงจะตามไปเก็บตัวที่ญี่ปุ่นเช่นกันในวันที่ 3 ก.ย. และทีมหญิงจะต้องตัดผู้เล่นออก 2 คนเพราะเอเชียนเกมส์ส่งได้ 12 คน ส่วนวอลเลย์บอลชายหาด ตอนนี้เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศไทย ไม่มีปัญหาในการเตรียมทีมโดยจะเดินทางไปญี่ปุ่นตามโปรแกรมของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในเรื่องของความหวังนั้นมีวอลเลย์บอลในร่มทีมหญิง กับ ชายหาดทีมหญิง ที่จะคว้าเหรียญรางวัลได้ แต่จะขอฟันธงเบื้องต้นก่อนว่าขอ 1 ใน 3 ของทั้ง 2 ประเภท

หลังเสร็จสิ้นการแถลงของทั้ง 11 สมาคมกีฬา นายไพฑูร ชุติมากรกุล กล่าวสรุปว่า มีทเดอะเพรสกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ครั้งที่ 4 ตั้งเป้ารวม 5 เหรียญทอง จาก ตะกร้อ 4 เหรียญทอง ครบทุกอีเวนต์ที่ส่งแข่ง และ เรือใบหวังคว้า 1 เหรียญทอง จากรุ่นเยาวชน และน่าจะมีเหรียญติดมือกลับบ้านอีก 3-4 อีเวนต์, เอ็กซ์ตรีม คาดว่าจะคว้ากลับมาได้ 2 เหรียญทองแดง, คริกเก็ตสาว หวังเหรียญทองแดง เช่นเดียวกับ กีฬาทางน้ำในอีเวนต์โปโลน้ำหญิง, วอลเลย์บอล หวังติด 1 ใน 3 จากทั้งประเภทในร่มทีมหญิงและชายหาดทีมหญิง เช่นเดียวกับ กระดานโต้คลื่น, วินด์เซิร์ฟ และ ปีนหน้าผา ที่หวังติด 1 ใน 3 ส่วน สควอชและยิมนาสติก ขอให้เด็กได้ไปทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ต่อยอดสู่ซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ในปีหน้า ส่งผลให้ผ่าน “มีทเดอะเพรสกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026” รวม 4 ครั้ง 33 ชนิดกีฬา ประกาศตั้งเป้าคว้าแล้ว 10 เหรียญทอง

สำหรับ “มีทเดอะเพรสกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20” รอบที่ 5 กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 2 ก.ย.69 เวลา 13.00 น. โดยมี 6 สมาคมกีฬา ร่วมประกาศความพร้อม ประกอบด้วย มวยสากล, เบรกกิ้ง-ลีลาศ, มวยปล้ำ, อีสปอร์ต, ฮอกกี้ และเทคบอล.