นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ หรือ Seaplane ในพื้นที่จังหวัดฝั่งอันดามัน ถือเป็นการ Kick Off การขับเคลื่อน Seaplane ในพื้นที่จังหวัดสตูล และจังหวัดฝั่งอันดามัน โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดความคืบหน้าและผลักดัน Seaplane ให้สำเร็จภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้ประกอบการสายการบิน (Operator) อยู่ระหว่างดำเนินการขอใบอนุญาตจุดขึ้นลงสนามบินน้ำ ซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทำรายงาน IEE

นายภัทรพงศ์ กล่าวอึกว่า กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดที่จะผลักดันให้ภาครัฐเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสนามบินน้ำ หรือจุดขึ้นลงชั่วคราวที่จัดตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศรูปแบบใหม่ที่มีมาตรฐาน และสามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งเป้าหมายสำคัญของเราคือ การผลักดันให้เกิดการจัดตั้งพื้นที่ขึ้นลงของอากาศยานบนผิวน้ำโดยหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทางอากาศของประเทศที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงเข้าสู่พื้นที่

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า จังหวัดสตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีเกาะ และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีศักยภาพ และเป็นที่รู้จักในระดับโลก การพัฒนาสนามบินน้ำหรือจุดขึ้นลงชั่วคราว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว รวมถึงสามารถต่อยอดไปสู่ด้านสาธารณสุข การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

ทั้งนี้ได้ขอให้จังหวัด และทุกภาคส่วนร่วมกันพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นจุดขึ้นลง โดยต้องสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยว หรือเกาะสำคัญ เช่น เกาะหลีเป๊ะ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และต้องไม่กีดขวางเส้นทางการคมนาคมขนส่งทางน้ำ รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ได้ขอให้จังหวัดสตูล จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และริเริ่มโครงการต่อไป โดยขอให้มีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วนของจังหวัด ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว กรมเจ้าท่า หน่วยงานด้านการบิน หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและพื้นที่ที่เหมาะสม พร้อมให้รายงานผลการศึกษาเบื้องต้นมายังกระทรวงคมนาคม ภายใน 30 วัน

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า การริเริ่มโครงการจากจังหวัด และท้องถิ่นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรม Seaplane มีความยั่งยืน และต่อเนื่องในระยะยาว เพราะเกิดจากความต้องการและความสนใจของคนในพื้นที่เอง การผนึกกำลังและบูรณาการของทุกหน่วยงาน และภาคประชาชน จะช่วยผลักดันให้สนามบินน้ำเกิดขึ้นได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม
การพัฒนาการท่องเที่ยวมูลค่าสูงจะสำเร็จ และยั่งยืนได้ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนและความต้องการของพี่น้องประชาชนและคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้การผลักดัน Seaplane ในพื้นที่สตูล ถูกวางเป้าหมายให้เป็นโมเดล และอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะ และพื้นที่สำคัญของฝั่งอันดามัน หวังเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและชุมชนในพื้นที่ต่อไป.



