สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่านายเฉียน ป๋อ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการแปซิฟิกของจีน กล่าวถึงการที่ไต้หวันเข้าร่วมการประชุมประจำปีของสภาหมู่เกาะแปซิฟิก ( พีไอเอฟ ) ที่ปาเลา ว่า “ทุกการกระทำย่อมมีผลตามมาเสมอ” แต่ยืนยันว่าถ้อยคำดังกล่าวไม่ใช่คำข่มขู่ และผลที่ตามมาจะเป็นเช่นใด พร้อมย้ำว่า การเข้าร่วมการประชุมของไต้หวัน “เป็นเรื่องไม่เหมาะสมและไม่ควรเกิดขึ้น”


ทั้งนี้ นายหลิน เจียหลง รมว.กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เข้าร่วมการประชุมพีไอเอฟที่ปาเลา ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-4 ก.ย. แม้จีนคัดค้านอย่างหนักมาตลอด และเคยส่งผลให้ไต้หวันถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมเมื่อปี 2568 ซึ่งหมู่เกาะโซโลมอนเป็นเจ้าภาพ


ด้านรัฐบาลไต้หวันและปาเลายังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อท่าทีแข็งกร้าวของจีน โดยปาเลา ตูวาลู และหมู่เกาะมาร์แชลล์ เป็น 3 ใน 12 ประเทศสมาชิกพีไอเอฟ ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ขณะที่นาอูรู คิริบาส และหมู่เกาะโซโลมอน ต่างเปลี่ยนจากการรับรองไต้หวันไปสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ตั้งแต่ปี 2562


แม้ไต้หวันไม่ได้มีสถานะเป็นหุ้นส่วนการเจรจาอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับจีน สหรัฐ และญี่ปุ่น แต่มีสถานะเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนา


ขณะที่ฟิจิ วานูอาตู ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน และคิริบาส ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมพีไอเอฟปีนี้ ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น 18 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งนายวินสตัน ปีเตอร์ส รมว.กระทรวงการต่างประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า เขารู้สึกสงสัยอย่างยิ่งต่อการขาดประชุมของผู้นำหลายประเทศ


อย่างไรก็ดี นางเพนนี หว่อง รมว.กระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ผู้นำแต่ละประเทศย่อมตัดสินใจเรื่องการเดินทางด้วยตนเอง และอาจมีเหตุผลแตกต่างกัน และย้ำว่าออสเตรเลียให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเวทีพีไอเอฟ และนายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี พร้อมหารือกับผู้นำประเทศสมาชิก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES