“บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เตรียมเข้าพบนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลด้านกีฬา เพื่อหารือ และร่วมกันหาทางออกให้วงการกีฬาไทย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ได้รับจากภาครัฐ ซึ่งยังลักลั่นและไม่ชัดเจน

“ผมก็ได้เจอกับท่านรองนายกรัฐมนตรี เมื่อสัก 2 สัปดาห์ที่แล้ว ท่านบอกว่าเดี๋ยวจะนัดมาคุยกันยาวเรื่องวงการกีฬา ท่านขอให้เป็นต้นเดือนกันยายน ทำให้คงจะนัดเข้าไปคุยเร็ว ๆ นี้ ถามว่าจะคุยเรื่องอะไร ก็คงเรื่องปัญหาของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ กับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพราะเรียนตามตรงว่าวันนี้ยังมีความสับสนอยู่เยอะ เช่นเรื่อง งบจะเอาไปทำอะไรบ้าง จะไปขอจากใคร จะขอจาก กกท. หรือจะขอกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือจะขอทั้ง 2 แห่ง หรืองบสำหรับบางเรื่องก็ขอแห่งนี้ อีกเรื่องก็ไปขออีกแห่ง นี่คือความสับสน ที่ต้องทำให้ชัดเจน”
“นอกจากสับสนแล้ว งบที่ได้อยู่ทุกวันนี้ก็ยังไม่พอต่อการทำงาน ยังไม่สามารถช่วยแต่ละสมาคมได้ ทั้งการเก็บตัว และจัดการแข่งขัน ผมยกตัวอย่าง การเก็บตัวจะไปยูธโอลิมปิกเกทส์ปีนี้ จากที่เคยหลายเดือน ครั้งนี้เราได้งบเก็บตัวมาเดือนเดียว ก็อยากจะถามว่าจะพอได้ยังไง มีการพูดคุยถึงว่าจะให้เพิ่มขึ้น แต่โทษนะครับคืออีก 3 เดือนก็จะไปแข่งแล้ว มันจะไปทันได้ยังไง ตอนนี้แต่ละสมาคมกีฬายังไม่เข้าใจ และสับสนในหลายเรื่อง ซึ่งก็จะต้องขอความชัดเจนจากท่าน หวังว่าจะได้พบกันแล้วพูดคุยให้เกิดความกระจ่าง”

ส่วนเมื่อถามว่า คาดว่าจะได้รับการสนับสนุนด้านกีฬาจากรัฐบาลชุดนี้มากขึ้นหรือไม่ “บิ๊กเอ” บอกว่า “ผมก็มีความเชื่ออย่างนั้นนะ แต่ก็ต้องดูว่าไปพูดคุยแล้วจะเกิดอะไรขึ้นในการแก้ไข แต่ก็ต้องเรียนว่าก่อนหน้านี้ก็ได้คุยกับท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านก็ให้ความสำคัญ แต่ด้วยโครงสร้างของกองทุนฯ และของ กกท. ตอนนี้ การคุยกับรัฐมนตรีอาจจะยังไม่จบ ต้องคุยกับรองนายกฯ เพราะรองนายกฯ เป็นประธานกองทุน แล้วก็เป็นบอร์ดประธาน กกท.จึงต้องคุยทุกฝ่าย”
“แล้วก็ต้องมาดูว่าคุยแล้วผลจะเป็นยังไง ซึ่งจะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกีฬาแค่ไหน ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่มีมติว่าจะแยกกระทรวงกีฬาออกมา สำหรับผม ถือเป็นสัญญาณแล้วว่าภาครัฐอยากจะให้ความสำคัญกับกีฬา ถึงแยกให้ออกมายืนเดี่ยว ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีครับ แต่จะเกิดขึ้นสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้า จะเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ และเรื่องการจัดสรรงบประมาณ จะเป็นยังไง ต้องมีความชัดเจน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่จะคุยตอนไปพบท่านรองนายกฯด้วย”

ผศ.พิมล กล่าวอีกว่า การพูดคุยครั้งนี้จะยังไม่มีตัวแทนจาก กกท. หรือ กองทุนฯ ร่วมทีมไปด้วย ขอไปในนามของโอลิมปิคฯ ก่อน เพื่อถ่ายทอดปัญหาให้รองนายกฯ รับทราบ และนำรายละเอียดการพูดคุย หรือแนวทางการแก้ปัญหามาคุยกับทาง กกท. และกองทุนฯ ต่อไป ซึ่งตนเองยืนยันว่าคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ไม่ได้เอนเอียงไปฝั่งไหน ทำหน้าที่เป็นกลาง เพื่อช่วยเหลือผลักดันวงการกีฬาให้เดินหน้าต่อไป.



