เมื่อวันที่ 1 ก.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. และ พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังตำรวจกองปราบฯ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตำรวจน้ำขนอม (ส.รน.4 กก.6 บก.รน.) จับกุมนายปริวัฒน์ อายุ 43 ปี และนายปิติ อายุ 46 ปี (ทั้งสองสงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 646/2569 ลงวันที่ 14 ส.ค. ข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) และร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) ออกนอกราชอาณาจักรฯ” โดยจับกุมนายปริวัฒน์ ได้บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน หมู่ 8 ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ส่วนนายปิติ จับกุมได้ขณะอยู่บนเรือประมง “ป.โชคจันทา 399” กลางทะเลอ่าวขนอม จ.นครศรีธรรมราช พร้อมยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

สืบเนื่องจากช่วงเดือน มิ.ย. 68 ดีเอสไอ กองทัพเรือ และ ป.ป.ส. ได้ร่วมกันบุกทลายเครือข่ายยาเสพติดหลายใหญ่ สามารถยึดไอซ์ลอตมหึมาได้ 2.4 ตัน ซึ่งใช้เรือท่องเที่ยวตบตา ขนออกจากปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง ล่องอ่าวไทยมายัง อ.สิชล และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อส่งต่อให้เรือใหญ่ ลำเลียงออกสู่น่านน้ำสากล มุ่งหน้าปลายทางประเทศออสเตรเลีย ก่อนขยายผลแกะรอยเส้นทางการเงินบัญชีต้องสงสัยและการติดต่อสื่อสาร จนพบสองพี่น้องชาว จ.ระยอง ดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่มีฐานบัญชาการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเข้ามาทำอาชีพประมงในพื้นที่ อ.ขนอม บังหน้า นายปริวัฒน์ น้องชาย ทำหน้าที่คอยสั่งการลูกเรือและควบคุมการลำเลียง ส่วน นายปิติ พี่ชาย ทำหน้าที่ประสานงาน ดูแลด้านการเงินพร้อมจัดหาอุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ติดตั้งบนเรือเพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เบาะแสนายปริวัฒน์ แอบกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จึงตามแกะรอยหวังตะครุบตัวได้ขณะขับรถเก๋งสีแดง ป้ายทะเบียนระยอง อยู่ภายในพื้นที่หมู่ 8 ต.ท้องเนียน อ.ขนอม แต่เจ้าตัวไหวตัวทัน ขับรถซิ่งหนีสุดชีวิต พร้อมโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งข้างทางเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ตำรวจตามสกัดจับไว้ได้ทัน ก่อนนำตัวพาไปเก็บโทรศัพท์ของกลาง


สอบสวน นายปริวัฒน์ อ้างว่าพี่ชายออกเรือไปจับปลาแล้ว 5-6 วัน แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ ตรวจสอบเรดาร์เรือพบว่าเรือประมงของนายปิติ เพิ่งแล่นออกจากท่าไปได้เพียง 20 นาที ตำรวจน้ำขนอมจึงนำเรือตรวจการณ์รีบออกกลางทะเลไปควบคุมเรือ “ป.โชคจันทา 399” เอาไว้ได้ ก่อนเข้าจับกุมตัว นายปิติ ไต๋เรือ เอาไว้ได้กลางอ่าวขนอม
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลต่อไป.



