วันนี้ (1 ก.ย.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานการตัดสินคดีฆาตกรรม ทูพัก ชาเคอร์ ศิลปินชื่อดังชาวอเมริกันของวงการฮิปฮอปในอดีต ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกยิงถล่มจากแก๊งคนร้ายในรถยนต์ที่เมืองลาสเวกัส เมื่อ 30 ปีก่อน
คณะลูกขุนในเขตคลาร์ก คาวน์ตี รัฐเนวาดา ตัดสินให้ ดูเวน “คีฟดี” เดวิส จำเลย ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าแก๊งข้างถนนมีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรมเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ปิดฉากคดีฆาตกรรมคนดังที่ยืดเยื้อมานานร่วมสามทศวรรษ
ก่อนลงมติตัดสิน คณะลูกขุนใช้เวลาปรึกษาหารือนานเกือบ 3 ชั่วโมง จากนั้นจึงประกาศคำตัดสินให้ เดวิส วัย 63 ปี มีความผิดในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาและใช้อาวุธร้ายแรง ซึ่งเป็นการปิดฉากการพิจารณาคดีตลอด 11 วัน ณ ศาลกลางเมืองลาสเวกัส
อย่างไรก็ตาม เดวิสกล่าวกับผู้พิพากษาว่า “เขาวางแผนที่จะยื่นอุทธรณ์คดีนี้”

ขณะปิดการพิจารณาคดี ผู้ร่วมฟังหลายคนในห้องพิจารณาคดีต่างปาดน้ำตาและสวมกอดอัยการฝ่ายโจทก์ บีนู พาลัล จากสำนักงานอัยการเขตคลาร์ก คาวน์ตี ซึ่งกล่าวถึงมูลเหตุแห่งฆาตกรรมต่อคณะลูกขุนว่า ภายใต้การยึดถือศักดิ์ศรีและกฎเกณฑ์ของแก๊งข้างถนน เดวิสไม่สามารถปล่อยผ่านเหตุการณ์ที่หลานชายของเขาถูกทำร้ายร่างกายไปได้
“แล้วเขาทำอย่างไร? เขาจัดหาอาวุธปืน รวบรวมพรรคพวก แล้วออกตามล่าคุณชาเคอร์” พาลัลกล่าว

ตำรวจระบุว่า พวกเขาสงสัยในตัวเดวิสมานานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสั่งฟ้อง จนกระทั่งเดวิสออกมาเปิดเผยเรื่องราวของเขาผ่านสื่อและหนังสือบันทึกความทรงจำ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ รวมถึงเทปบันทึกการพูดคุยลับระหว่างเขากับพนักงานสอบสวน ได้กลายมาเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของฝ่ายอัยการ
ขณะที่ ไมเคิล แซนฟต์ ทนายความของเดวิส กล่าวต่อคณะลูกขุนในช่วงแถลงปิดคดีว่า เรื่องราวของลูกความเขาไม่มีหลักฐานยืนยันและไม่น่าเชื่อถือ พร้อมทั้งโต้ว่าคดีนี้มีมลทินจากการทุจริตของตำรวจ การบริหารจัดการที่ผิดพลาด และเอกสารคดีที่สูญหาย
“สิ่งที่คุณกำลังอ่านอยู่คือหนังสือซึ่งเป็นเรื่องแต่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่รัฐกลับพยายามทำให้คุณเชื่อว่านี่คือคำรับสารภาพ” แซนฟต์กล่าว โดยอ้างถึงหนังสือบันทึกความทรงจำปี 2562 ของเดวิสที่มีชื่อว่า “คอมป์คัน สตรีท เลเจนด์”

ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการได้เปิดเทปบันทึกเสียงยาวหลายชั่วโมงให้คณะลูกขุนฟัง ซึ่งเดวิสระบุว่าเขาโกรธแค้นมากหลังจากชาเคอร์และผู้ติดตามร่วมกันทำร้ายร่างกายหลานชายของเขา
เดวิสและชายอีกสามคน รวมถึงหลานชายของเขา ได้ออกตามหาชาเคอร์และแมริออน “ซูก” ไนท์ ผู้บริหารค่ายเพลง โดยนั่งรถแคดิลแล็กสีขาวไปในคืนเกิดเหตุ ตามที่เขาเคยให้การกับตำรวจไว้ระหว่างการสืบสวนคดีอื่น
เดวิสเล่าว่าเขาส่งปืนไปให้คนนั่งเบาะหลัง และเมื่อพบรถของไนท์และชาเคอร์ ชายคนหนึ่งในสองคนที่อยู่บนเบาะหลังก็เปิดฉากยิง ทั้งนี้ อัยการไม่ได้ระบุชื่อผู้ลงมือยิง ส่วนชายอีกสามคนในรถเสียชีวิตไปหมดแล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ภายใต้กฎหมายของรัฐเนวาดา เดวิสสามารถถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมได้ แม้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนลั่นไกปืนก็ตาม
เดวิสเคยเป็นผู้นำแก๊งเซาท์ไซด์ คอมป์ตัน คริปส์ ซึ่งเป็นแก๊งข้างถนนในพื้นที่ลอสแอนเจลิส ที่มีข้อขัดแย้งกับแก๊งคู่อริอย่าง ม็อบ พิรู ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชาเคอร์และค่ายเพลง เดธโรว์ เรคอร์ดส์ ของเขา
การสังหารชาเคอร์ในปี 1996 ขณะที่เขาอายุได้เพียง 25 ปี ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการเพลงแร็ป และยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์อันรุนแรงของวัฒนธรรมฮิปฮอปในยุครุ่งเรืองของ “แก๊งสตาแร็ป” ซึ่งเป็นยุคที่ศิลปินแรปพัวพันกับแก๊งข้างถนนอย่างแนบแน่น และมีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างศิลปินฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของสหรัฐ
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



