เมื่อวันที่ 1 ก.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการประกาศกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ยกเลิกการกำหนดนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุกเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น ถือเป็นการปรับกติกาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งการเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นที่แพร่หลายในชุมชนและผูกพันกับวิถีชีวิตของประชาชนมาอย่างยาวนาน นกกรงหัวจุกสำหรับประชาชนในพื้นที่จึงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่เกี่ยวโยงกับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ตลอดจนกิจกรรมและการแข่งขันที่ประชาชนมีส่วนร่วม การปรับกฎกระทรวงครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อประชาชนในพื้นที่ และเป็นการตอบรับเสียงเรียกร้องที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากมิติทางวัฒนธรรมแล้ว ยังสามารถต่อยอดการเพาะพันธุ์ การเลี้ยง และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องให้เกิด อาชีพและรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้เพาะเลี้ยง อาหารและอุปกรณ์ ไปจนถึงกิจกรรมการแข่งขันและการเดินทาง ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีแผนรองรับเพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว สำหรับการส่งเสริมการเพาะพันธุ์อย่างเป็นระบบยังช่วยลดการจับนกจากธรรมชาติ สอดคล้องกับเหตุผลของกระทรวงที่มุ่งสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกในท้องถิ่น ส่งเสริมการเพาะพันธุ์ และลดการล่าสัตว์ป่าจากธรรมชาติ จึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างวิถีชุมชนกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
“สำหรับพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นกกรงหัวจุกเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชุมชนที่เห็นและสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน การปรับกติกาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแก้ข้อกฎหมาย แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้อัตลักษณ์และวัฒนธรรมของประชาชนได้รับการสืบสาน พร้อมสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน โดยเดินควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ” น.ส.รัชดา กล่าว.



