วานนี้ (1 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการจับกุมเจ้าหน้าที่ประจำโรงเรียนรายหนึ่งของญี่ปุ่น หลังจากที่เขาก่อเหตุสังหารหมู่หนูแฮมสเตอร์ 30 ตัว ที่ “เลิฟโฮเต็ล” แห่งหนึ่ง ในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขาเพิ่งถูกควบคุมตัวในข้อหากระทืบสัตว์ขนาดเล็กเหล่านี้จนตายไป 20 ตัว
รายงานข่าวระบุว่า นายโมโตกิ คิมูระ อายุ 36 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าสังหารหนูแฮมสเตอร์ราว 30 ตัว ที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในจังหวัดอิวาเตะ ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ด้วยวิธีการอันน่าสยดสยอง ซึ่งก็คือการ “ไล่กระทืบ” หนูเหล่านี้จนตาย
ก่อนหน้านี้ คิมูระ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแห่งหนึ่ง เคยถูกจับกุมมาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม จากกรณีสังหารหนูแฮมสเตอร์ 25 ตัว ที่โรงแรมม่านรูดอีกแห่งหนึ่ง โดยมีรายงานว่าเขาได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะกำลังกระทืบพวกมัน และสังหารพวกมันด้วยวิธีอื่น ๆ
ในตอนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ควบคุมตัว นายฮารุกะ ฟูจิซาวะ ลูกจ้างชั่วคราววัย 20 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการสังหารหนูแฮมสเตอร์ชุดแรก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ตำรวจระบุว่า ทั้งสองคนรู้จักกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยพนักงานสอบสวนพบวิดีโอเหตุการณ์ที่คาดว่าเป็นการสังหารหมู่หนูแฮมสเตอร์ รวมถึงข้อความวางแผนฆ่าในโทรศัพท์มือถือของคิมูระที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้
หัวหน้าที่สืบสวน ฮิโรยูกิ นาสุ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเจแปนไทม์ส ว่า หนึ่งในข้อความที่มีการโต้ตอบกันระบุว่า “เราจะไปฆ่าแฮมสเตอร์แล้วหาความสนุกกันที่ไหนดี?”
มีการกล่าวหาว่า คิมูระได้ร่วมมือกับหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยนาม ในการก่อเหตุสังหารชุดที่ 2 ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวก็ถูกจับกุมแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ เลิฟโฮเต็ลคือโรงแรมที่มีลักษณะคล้ายโรงแรมม่านรูดในประเทศญี่ปุ่น ภายนอกดูเหมือนโรงแรมทั่วไป แต่เปิดให้คู่รักเช่าเป็นรายชั่วโมง เพื่อความเป็นส่วนตัวในเชิงโรแมนติกและกิจกรรมทางเพศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการสืบสวนการสังหารหมู่สัตว์ขนาดเล็กเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : apple deng from Pixabay



