สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองแอชวิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ว่า การประชุมรัฐมนตรีคลังของจี20 มุ่งเน้นไปที่จีนอย่างชัดเจน ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันใช้การประชุมคู่ขนาน ซึ่งประกอบด้วยยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมและรัฐมนตรีพาณิชย์ เพื่อชี้แจงถึงแนวทางไม่แทรกแซงการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า คำเตือนของเขาต่อประเทศคู่ค้าอื่น ๆ เมื่อปีที่แล้วที่ว่า มาตรการภาษีที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐ จะนำไปสู่การไหลเข้าของสินค้าจีนที่ถูกส่งไปยังตลาดของพวกเขา ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง

“เราเชื่อว่าระบบเศรษฐกิจแบบไม่ใช้กลไกตลาด ซึ่งส่งออกสินค้าราคาถูกอย่างไม่หยุดหย่อนนั้นไม่ยั่งยืน และผมคิดว่าข้อเท็จจริงที่ว่า 19 ประเทศต้องการแก้ไขปัญหานี้ แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาอย่างแท้จริง” เบสเซนต์ กล่าวในการแถลงข่าว

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของประธานกลุ่มจี20 ในการสรุปการประชุม ระบุว่า ผู้เข้าร่วมประชุม ยกเว้นจีน เห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศต่าง ๆ ควรขจัด “นโยบายที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด” ซึ่งทำให้ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีดุลการค้าภายนอกเกินดุลและต่อเนื่อง ควรขจัดการบิดเบือนที่จำกัดการบริโภคภายในประเทศ และส่งผลให้ต้องพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แม้นายวัลดิส ดอมบรอฟสกิส กรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป กล่าวว่า จีนเป็นแหล่งที่มาสำคัญของความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ แต่ถึงอย่างนั้น สหรัฐและยุโรปต่างมีบทบาทในการปรับสมดุลเช่นกัน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS