เมื่อวันที่ 2ก.ย.นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การพัฒนาสมรรถนะในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสตูล “Satun Sandbox Symposium 2026 : Moving Forward Together” ณ ลานวัฒนธรรมข้างวัดดุลยาราม ตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยมี ดร.สัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค 7 รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการภาค 6 พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่ายเข้าร่วม
การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของจังหวัดสตูลและภาคีเครือข่ายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสตูลเป็นหน่วยดำเนินการ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่นวัตกรรมการจัดการศึกษา แสดงศักยภาพของผู้เรียน และสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายทางการศึกษา มุ่งร่วมกันออกแบบอนาคตการศึกษาของเด็กและเยาวชนสตูลให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงของโลก และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสตูลว่า การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมในระยะต่อไปต้องก้าวให้ไกลกว่าการสร้างนวัตกรรมภายในโรงเรียน โดยนำ “พื้นที่เป็นฐานในการออกแบบการศึกษา” ใช้จุดแข็งของจังหวัดสตูล ทั้งด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย มาสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ อาชีพ และเศรษฐกิจให้กับผู้เรียน โดยเฉพาะการใช้ความได้เปรียบของจังหวัดชายแดน พัฒนาผู้เรียนให้มี ทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษามลายู ควบคู่กับทักษะดิจิทัล ทักษะอาชีพ และความเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการเรียนรู้และเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อเตรียมเด็กและเยาวชนให้สามารถเรียนรู้ ทำงาน ประกอบอาชีพ ตลอดจนสร้างธุรกิจที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและตลาดต่างประเทศได้
ด้าน ดร.สัมนาการณ์ บุญเรือง ศึกษาธิการภาค 7 รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการภาค 6 ให้แนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสตูลว่า การจัดการศึกษาต้องก้าวจากการ “สอนให้รู้” ไปสู่ “สร้างคนให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่และตลาดงานจริง” โดยเฉพาะสตูลซึ่งมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และมีความเชื่อมโยงกับ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย จึงควรนำจุดแข็งดังกล่าวมาออกแบบเส้นทางการเรียนรู้และเส้นทางอาชีพให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางสำคัญคือ การสำรวจและวิเคราะห์ว่า ตลาดแรงงานและผู้ประกอบการในรัฐเปอร์ลิสต้องการกำลังคนและทักษะด้านใด แล้วนำข้อมูลกลับมาออกแบบหลักสูตรและพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในจังหวัดสตูล ตั้งแต่ทักษะด้านอาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยวและบริการ การโรงแรม การบริการลูกค้า การค้าขายและธุรกิจชายแดน ตลอดจนภาษาและทักษะดิจิทัล เพื่อให้เด็กที่จบการศึกษามีสมรรถนะตรงกับความต้องการของตลาด สามารถต่อยอดสู่การฝึกประสบการณ์ การมีงานทำ หรือเข้าสู่ตลาดแรงงานในประเทศมาเลเซียอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน การพัฒนากำลังคนไม่ควรเป็นเพียงการเตรียมเด็กเพื่อ “ไปหางานทำ” แต่ต้องสร้างทักษะให้เด็กสามารถ “สร้างงานและเป็นผู้ประกอบการ” ได้ด้วย โดยใช้ความเชื่อมโยงระหว่างสตูลกับรัฐเปอร์ลิสเป็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าและบริการของท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน
หนึ่งในตัวอย่างที่สามารถนำมาต่อยอดได้ คือ “ชาชัก” ซึ่งไม่ควรมองเพียงการฝึกทักษะทำเครื่องดื่ม แต่สามารถออกแบบเป็นการเรียนรู้เชิงอาชีพที่ผสมผสาน ศิลปะการชงและการชักชา การบริการ ภาษาและการสื่อสาร บุคลิกภาพ ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนศิลปะและวัฒนธรรมอันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสตูล สร้างเรื่องราวและคุณค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ การตลาด และการเป็นผู้ประกอบการ
“เราต้องมองว่าเด็กสตูลในอนาคตไม่ได้มีตลาดงานอยู่เฉพาะในจังหวัดสตูล แต่มีโอกาสเชื่อมโยงไปถึงรัฐเปอร์ลิสและประเทศมาเลเซีย การศึกษาจึงต้องเตรียมเด็กให้พร้อมทั้งทักษะอาชีพ ภาษา การบริการ และความเข้าใจวัฒนธรรม โดยนำอัตลักษณ์ของสตูลมาเป็นจุดแข็ง เช่น ชาชักที่ผสมผสานทักษะอาชีพเข้ากับศิลปะและ
วัฒนธรรม ทำให้เด็กมีฝีมือ มีเอกลักษณ์ และมีโอกาสเข้าสู่ตลาดงานที่กว้างขึ้น” ดร.สัมนาการณ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ เสนอให้ Satun Sandbox เป็นพื้นที่ทดลองสร้างเส้นทาง “เรียนที่สตูล–พัฒนาทักษะตามความต้องการของตลาด–เชื่อมโยงการทำงานและการเป็นผู้ประกอบการกับมาเลเซีย” โดยให้สถานศึกษา หน่วยงานทางการศึกษา อาชีวศึกษา และภาคธุรกิจร่วมกันสำรวจความต้องการกำลังคนของรัฐเปอร์ลิส ก่อนนำมาออกแบบเป็นหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรอาชีพ หรือหน่วยการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อให้สิ่งที่เด็กเรียนสามารถนำไปใช้สร้างอาชีพและรายได้จริง
นอกจากนี้ ควรมองการพัฒนากำลังคนแบบ “สองพื้นที่ หนึ่งโอกาส” โดยเชื่อมศักยภาพของจังหวัดสตูลกับความต้องการของรัฐเปอร์ลิส หากตลาดมาเลเซียต้องการบุคลากรด้านอาหารและเครื่องดื่ม สตูลสามารถพัฒนาผู้เรียนด้านอาหารฮาลาล ชาชัก เบเกอรี่ และการบริการ หากต้องการกำลังคนด้านการท่องเที่ยวและบริการ สามารถพัฒนาทักษะภาษา การต้อนรับ การนำเที่ยว และการบริการลูกค้า และหากเป็นด้านการค้าและธุรกิจ สามารถเพิ่มทักษะการขายออนไลน์ การสร้างแบรนด์ และการตลาดข้ามพรมแดน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีทางเลือกทั้งการทำงานในสตูล การทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน และการเป็นผู้ประกอบการที่เชื่อมโยงตลาดสองประเทศ
การขับเคลื่อนดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจาก “Sandbox ทางการเรียนรู้” สู่ “Sandbox การพัฒนากำลังคนเพื่อเศรษฐกิจชายแดน” โดยใช้ความต้องการของตลาดเป็นโจทย์ ใช้สถานศึกษาเป็นฐานพัฒนาคน และนำทุนทางศิลปวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาของสตูลมาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ



