เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง เขต 3 ในฐานะรองโฆษกพรรค และ นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวรายงานความคืบหน้าการทำงานของพรรคในประเด็นปัญหากากอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนโครงการ Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
นายพงศกร แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นการทำงานเพื่อปกป้องประชาชนชาวภาคตะวันออก โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมและสารพิษรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง เช่น ปัญหาสารแคดเมียมและโลหะหนัก ทั้งนี้ พรรคได้เปิดแพลตฟอร์ม “จับตากากอุตสาหกรรม” เพื่อเป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียน โดยยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าชนสุดตัวเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนโดยที่ผู้ร้องเรียนไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง
ด้าน นายพศิน กล่าวว่า โครงการ EEC ในช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวจากการขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบายของรัฐบาล ดังเช่นกรณีปัญหากากอุตสาหกรรมในพื้นที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ที่ยังไม่สามารถขนย้ายออกจากพื้นที่ได้จริงแม้จะมีงบประมาณผูกพัน ยิ่งไปกว่านั้น การขยายตัวของธุรกิจ Data Center ซึ่งเข้ามาขอรับการสนับสนุนจาก BOI ในพื้นที่ EEC สูงถึง 70% รัฐบาลจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงผลกระทบและวางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน
นายพศิน กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอแนะ 6 ข้อ ต่อกรณี Data Center ดังนี้ 1.วางแผนจัดเก็บภาษีเชิงยุทธศาสตร์ เพราะแม้ Data Center จะใช้แรงงานต่ำและมี Local Content น้อย แต่ต้องมีระบบภาษีที่สร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นและประเทศชาติ 2.ต่อยอดมุ่งสู่ Hub เทคโนโลยี เพราะต้องมอง Data Center เป็นเพียงบันไดก้าวแรกในการต่อยอดไปสู่ระบบ AI และแอปพลิเคชัน ไม่ใช่จบลงแค่การจ้างงานเบื้องต้น 3.บังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี ควรกำหนดให้ผู้ประกอบการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยและโรงเรียนในพื้นที่ EEC เพื่อสร้างทักษะและอบรมแรงงานเฉพาะทาง 4.กำหนดเงื่อนไข BOI ให้ชัดเจน โดยรัฐต้องมีอำนาจตรวจสอบและบังคับใช้มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างแท้จริง 5.คุ้มครองสัดส่วนการจ้างงานคนไทย ต้องประสานความร่วมมือกับ BOI และคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เพื่อรับประกันการจ้างงานคนในพื้นที่ และ 6.ตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ขอเสนอให้จัดตั้ง “กองทุน Data Center” เพื่อนำเงินลงทุนบางส่วนมาสนับสนุนการศึกษา เทคโนโลยี และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ EEC โดยตรง
นายพศิน กล่าวด้วยว่า เม็ดเงินลงทุนกว่า 3 ล้านล้านบาทในธุรกิจ Data Center ต้องเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่และประเทศชาติ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดมลภาวะหรือเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าเหมือนบทเรียนในอดีต.



