เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า อาจมีความเข้าใจผิดในอดีตว่าตนไม่เห็นด้วยกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จากการที่เคยวิจารณ์ค่าเงินบาท อัตราดอกเบี้ย และส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ (NIM) ทั้งที่เป็นการเสนอความเห็นเชิงหลักการ เพราะต้องการเห็นเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดี ไม่ได้เกี่ยวกับตัวสถาบัน โดยค่าเงินบาทมีผลต่อการส่งออก รายได้ และการจ้างงานของคนไทย ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีผลต่อค่าใช้จ่ายของประชาชนและต้นทุนของภาคธุรกิจ
นายพิชัย กล่าวว่า วันนี้ขอชื่นชม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท. ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมองว่า หาก ธปท. บรรลุเป้าหมายด้านเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลง ธุรกิจปิดตัว และประชาชนยากจนลง ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้น พร้อมเห็นว่าแนวคิดดังกล่าวควรเป็นหลักสำคัญของ ธปท. ในอนาคต
ทั้งนี้ เสถียรภาพทางการเงินต้องเดินควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอยู่รอดของธุรกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน ขณะที่นโยบายการเงินควรสอดประสานกับนโยบายการคลังเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ
นายพิชัย กล่าวว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องลงลึกถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และคอร์รัปชัน ซึ่งบั่นทอนธรรมาภิบาล และทำให้เงินทุนไหลไปสู่กิจกรรมที่ไม่สร้างผลิตภาพ ขณะที่ธุรกิจสุจริตและเอสเอ็มอีกลับเข้าถึงแหล่งทุนได้ยาก การฟื้นเศรษฐกิจจึงไม่ควรพึ่งเพียงดอกเบี้ย หรือมาตรการกระตุ้น แต่ต้องจัดสรรเงินทุนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ เพิ่มผลิตภาพและการลงทุน พร้อมปิดช่องทางทุนเทาและการทุจริต เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและการเติบโตมีคุณภาพ
นายพิชัย กล่าวอีกว่า ขอให้กำลังใจนายวิทัยให้ยึดมั่นในหลักการดังกล่าว และนำไปเป็นแนวทางของ ธปท. ต่อไป เพราะหากไทยต้องการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การดำเนินงาน และหลักคิดของธนาคารแห่งประเทศไทยมีความสำคัญอย่างมาก



