สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า คำสั่งของเนทันยาฮูมีผลบังคับใช้กับชุมชนที่ผู้ตั้งถิ่นฐานสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งชุมชนเหล่านี้มักประกอบด้วยรถบ้านสำเร็จรูป และเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ตั้งถิ่นฐานจำนวนน้อย
แม้รัฐบาลอิสราเอลรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นครั้งคราว และให้การรับรองชุมชนบางแห่งอย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ตั้งถิ่นฐานสามารถเข้าถึงเงินทุนของรัฐบาลได้ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่งล่าสุดจะเริ่มต้นเมื่อใด
Israel's Netanyahu orders removal of West Bank settler outposts, sources sayhttps://t.co/XnU7mpTMR8
— AL-MONITOR (@AlMonitor) September 7, 2026
อนึ่ง หน่วยงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และรัฐบาลในประเทศส่วนใหญ่ ถือว่าการตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลทั้งหมดผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเขตเวสต์แบงก์เป็นดินแดนที่ถูกยึดครองภายใต้การควบคุมทางทหาร แต่อิสราเอลโต้แย้งว่าเป็นพื้นที่พิพาท ไม่ใช่ดินแดนที่ถูกยึดครอง
แหล่งข่าวระบุว่า เนทันยาฮูสั่งขับไล่ชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจากพื้นที่ เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากสหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของอิสราเอล โดยมุ่งเป้าไปยังฐานที่มั่นประมาณ 100 แห่งทั่วดินแดนที่ถูกยึดครอง
ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล ประณามผู้ตั้งถิ่นฐานที่ใช้ความรุนแรงว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ภายหลังการประชุมกับชาวอเมริกันเชื้อสายปาเลสไตน์หลายคน ที่เมืองปาเลสไตน์แห่งหนึ่งในเขตเวสต์แบงก์.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



